HIGHLIGHTS

5 New Gems to Read: 5 หนังสืออัญมณีที่ให้คุณได้มากกว่าอัญมณี

GIT LIbrary Admin

 08 Aug 2019   381

“ทุกวันนี้ผู้คนกำลังมองหาหนังสือเครื่องประดับสักเล่มที่มีมากกว่าแค่การลอกเลียนแบบหรือทำซ้ำ ผู้อ่านต้องการความสวยงาม น่าประทับใจ ทั้งยามที่ได้เห็นและสัมผัส และนั่นเองคือสิ่งที่เหนือประสบการณ์” 

-Suzanne Isoré, Director-

เมื่อหนังสือในยุคปัจจุบันต้องต่อสู้เพื่อพื้นที่ว่างบนชั้นหนังสือและยังต้องแข่งขันกับสื่อโซเชี่ยลยอดนิยมอย่าง Instagram หนังสือทั้ง 5 เล่มต่อไปนี้จึงเป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนของหนังสือที่พยายามจะนำเสนอเรื่องราวของอัญมณีและเครื่องประดับผ่านมุมมองใหม่ๆ ของดีไซน์เนอร์ ผู้ผลิตเครื่องประดับ และพิพิธภัณฑ์ ที่ได้ปรับตัวให้ทันตามยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนไป...

1.The Career

นับเป็นครั้งแรกที่ Michelle Ong (มิเชล อ่อง) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Carnet ชื่อดังจากฮ่องกง เธอได้บอกเล่าและเผยถึงความเป็นมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์และความสำเร็จในอาชีพของเธอไว้ในหนังสือ “Carnet by Michelle Ong” เขียนโดย Vivienne Becker ของสำนักพิมพ์ Thames & Hudson เปิดตัวที่ยุโรปในเดือนเมษายนและที่สหรัฐอเมริกาในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา... เมื่อ 25 ปีที่แล้วเธอได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับชิ้นแรกจากลวดลายศิลปกรรมของจีนและด้วยความรักในวัฒนธรรมกับงานศิลปะแบบยุโรป เธอจึงเปลี่ยน หยก” อัญมณีสำคัญที่สะท้อนความเชื่อของชาวจีนให้เป็นแหวนค็อกเทลสไตล์อาร์ตเดคโคผสมผสานกับ มังกรจีน” ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานอันดุร้ายแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน 

Photo: https://www.nytimes.com

“ฉันต้องการเห็นว่าเครื่องประดับของฉันมีพัฒนาการอย่างไรและแบรนด์เติบโตอย่างไรและเป็นการดีที่สามารถย้อนกลับไปดูแรงบันดาลใจการออกแบบและงานฝีมือของตัวเองได้ตลอดเวลา” เธอกล่าว หนังสือเล่มนี้ใช้เวลาเขียนนานถึงสองปี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอต้องยืมเครื่องประดับจากลูกค้าที่เคยซื้อเครื่องประดับของเธอไปเพื่อนำมาถ่ายภาพประกอบและเธอยังได้ที่ปรึกษาในการเลือกสรรอัญมณีและเครื่องประดับสำหรับทำหนังสือเล่มนี้คือ Joel Rosenthal (โจเอล โรเซนธาล) หรือรู้จักกันดีในนาม นักอัญมณีแห่งจาร์ปารีส (JAR Paris) และเธอยังให้โรเซนธาลเขียนคำนำของหนังสือเล่มนี้อีกด้วย

Photo: https://www.scmp.com

เครื่องประดับของ Michelle Ong ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องประดับชั้นสูงที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบที่มีการผสมผสานของสีสันของอัญมณีที่แปลกตาและมีความงดงามอย่างปราณีต พิถีพิถัน เครื่องประดับส่วนใหญ่ที่อยู่ในหนังสือเป็นชุดเครื่องประดับแบบตะวันออกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายอันอ่อนช้อยงดงามของดอกไม้ เธอบอกว่า“มันง่ายมากที่จะเห็นว่าการผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างไร” เรียกได้ว่าเป็นนิยามความสุนทรียภาพในอาชีพของเธอตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นนักออกแบบเครื่องประดับ เมื่อปี 1998 ผลงานชิ้นแรกคือ เข็มกลัดแมลงปอที่ทำจากหยกประดับด้วยเพชรสีดำ น้ำตาล และสีขาว

Photo: https://gemologue.com/

หนังสือเล่มนี้ได้เผยถึงให้เห็นเครื่องประดับด้วยภาพขนาดใหญ่ ผู้อ่านจะได้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยของเครื่องประดับได้ชัดเจน ทำให้การออกแบบของเธอดูคล้ายกับงานศิลปะชิ้นเอกเลยทีเดียว เธอให้นิยามสั้นๆ ว่า “หนังสือเล่มนี้จึงแตกต่างจากหนังสือเครื่องประดับอื่นๆ และทำให้ผู้อ่านได้ประหลาดใจไปกับมัน” 

Photo: https://gemologue.com/


 

2.The Gold Period

“มันก็เหมือนกับการมีลูก...” Anna Hu (แอนนา ฮู) นักออกแบบเครื่องประดับสาวชาวไต้หวัน เธอกล่าวถึงขั้นตอนการผลิตหนังสือ Symphony of Jewels: Opus 2 ของเธอว่าใช้เวลาทำนานนับเดือนเนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อน พิถีพิถัน ต้องประคบประหงมราวกับให้กำเนิดทารกสักคนหนึ่ง เธอกล่าวว่า“ฉันต้องคิดทุกขั้นตอน แม้กระทั่งหน้าปกหนังสือสีทองที่ต้องห่อหุ้มด้วยปกด้านนอกอีกชั้นหนึ่งก็ใช้เวลาตัดสินใจถึงสองเดือน”

Photo: https://www.nytimes.com

หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดย Vendome Press เปิดตัวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ในสหราชอาณาจักร และวันที่ 12 มีนาคมในสหรัฐอเมริกา นำเสนอผลงานอันน่าทึ่งของเธอตลอดในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เครื่องประดับรูปผีเสื้อประดับด้วยเพชรกับโอปอลสีดำและเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ ไปจนถึงเครื่องประดับที่เน้นการออกแบบให้เป็นศิลปะร่วมสมัยอย่างเครื่องประดับชุด “Petales d'Amour” ที่นำเอาไพลิน ทัวร์มาลีน และโกเมนสีเขียวมาเป็นส่วนประกอบ ด้วยความรักและความหลงใหลที่มีต่ออัญมณี เธอจึงตั้งใจทำให้ในทุกๆ หน้าของหนังสือเล่มนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในหนังสือเครื่องประดับที่มีชีวิตชีวามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Photo: https://www.katerinaperez.com

การจัดวางองค์ประกอบภาพเครื่องประดับและเนื้อหาในแต่ละบทมีธีมที่แตกต่างกัน เช่นในส่วนของการออกแบบเข็มกลัดนางฟ้าเต้นระบำบนลวดลายดอกไม้หรือฉากหลังสีขาว เธอบอกว่า “เพื่อทำให้นางฟ้าดูมีชีวิตชีวา อ่อนช้อย เหมือนกำลังเต้นรำอยู่จริงๆ ” และเธอนำพลอยมาฝังทำเป็นใบหน้าของนางฟ้าเต้นระบำอีกด้วย  “ฉันอยากจะโชว์ให้เห็นว่าพลอยฝังอยู่ที่หน้าของนางฟ้าได้อย่างไร?” เธอกล่าว

Photo: Anna Hu Haute Joaillerie Facebook

และเธอมองว่าการทำหนังสือเล่มนี้ทำให้การขายเครื่องประดับของเธอมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะลูกค้าสามารถดูสินค้าได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ธอบอกว่า “ก่อนที่พวกเขาจะบอกฉันว่าพวกเขาต้องการอะไร และก่อนที่ฉันจะบอกพวกเขาว่าฉันจะออกแบบอะไร?”

Photo: https://www.katerinaperez.com


 

3.The Exhibition

ผ้าโพกศีรษะของมหาราชาที่ประดับด้วยเพชรและขนนก กำไลข้อเท้าทองคำ กริชประดับเพชร และกรุสมบัติราชวงศ์โมกุลและมหาราชาแดนภารตะอีกกว่า 150 ชิ้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่น Al Thani (อัล ทานี) ของหนังสือ East Meets West: Jewels of the Maharajas from the Al Thani Collection เขียนโดย Martin Chapman (มาร์ติน แชพแมน) จากสำนักพิมพ์ Prestel เปิดตัวในปี 2018 เมื่อเดือนพฤศจิกายนในยุโรปและเมื่อเดือนธันวาคมในสหรัฐอเมริกา หนังสือเล่มนี้นำเสนอเนื้อหาของการจัดงานนิทรรศการในชื่อเดียวกันนี้ที่พิพิธภัณฑ์ Legion of Honor ของซานฟรานซิสโกซึ่งสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา

เดอะ อัล ทานี คอลเลกชั่น (The Al Thani’s Collection) คงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับหนังสือหรือนิทรรศการอีกต่อไป เนื่องจากคอลเลกชั่นนี้ถูกจัดแสดงในหลายๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็น Metropolitan Museum of Art ในปี 2014, พิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert ที่กรุงลอนดอนในปี 2015 และที่พระราชวังดอจ (Doge’s Palace) ที่เมืองเวนิส (ซึ่งบางชิ้นถูกขโมยไปในปี 2018) หนังสือและนิทรรศการเล่มนี้เป็นการนำเสนอเรื่องราวในแง่มุมใหม่ๆ โดยนายแชพแมนกล่าวว่า “เรานำเสนอถึงแง่มุมในการสำรวจวัฒนธรรมของตะวันออกและตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อประเพณีการสวมใส่เครื่องประดับอย่างไร? รวมไปถึงการสวมใส่เครื่องประดับโดยผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ของอินเดีย และผู้หญิงสวมเครื่องประดับที่คล้ายกันกับแบบของตะวันตกในยุคศตวรรษที่ 20”

Photo: https://patrons.org.es/

ทั้งยังได้กล่าววถึงรูปแบบเครื่องประดับในหนังสือ Beyond Extravagance ที่จัดพิมพ์เมื่อปี 2013 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเดอะ อัล ทานีคอลเลกชั่น แต่นายแชพแมนกล่าวว่า “เราจะนำเสนอเนื้อหาที่แตกต่างออกไปและดึงพวกเขาเหล่านั้นมองไปข้างหน้า การทำหนังสือที่เกี่ยวกับการจัดนิทรรศการอัญมณีและเครื่องประดับนั้นต้องมีความแตกต่างกันออกไปจากเดิม” หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับอัญมณีและเทคนิคการทำเครื่องประดับอีกด้วย “ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องรู้ว่าสปิเนลคืออะไรถึงแม้ว่ามันจะมีค่ามหาศาลในตลาด” เขากล่าว

Photo: https://patrons.org.es/


 

4.The Lifestyle

Farah Khan (ฟาร่า คาน) นักออกแบบเครื่องประดับสาวจากเมืองมุมไบกำลังฉลองวันครบรอบปีที่ 25 ในอาชีพนักออกแบบของเธอด้วยหนังสือที่มีชื่อว่า “Farah Khan: A Bejeweled Life” และได้ Paola de Luca มานั่งเก้าอี้บรรณาธิการ ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกโดยสำนักพิมพ์ Rizzoli เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา

“ผู้คนมากมายถามถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบของฉัน แต่การพร่ำพรรณนาออกมาเป็นคำพูดนั้นฉันไม่อาจสื่อความได้อย่างชัดเจนเพียงพอ ฉันจึงขอบรรยายออกมาเป็นภาพเพราะนี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวของฉัน” เธอกล่าว

Photo: https://www.luxeva.com/

เป็นหนังสือเล่มแรกที่ประกอบด้วยภาพถ่ายเครื่องประดับเพชรพลอยกับไอเดียในการออกแบบ เช่น สร้อยคอดอกไม้สีเหลืองทองประดับด้วยไข่มุก เพชร และทับทิม แหวนสนับมือทองคำดอกกุหลาบที่มีรูเบลไลต์และไคยาไนท์ เครื่องประดับชิ้นนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงเรื่องราวและชีวิตของเธอในอดีต โดยเธอเล่าถึงการต่อสู้ทางกฎหมายในปี 2011 กับอดีตหุ้นส่วนธุรกิจเพื่อรักษาสิทธิ์ในชื่อของเธอ


Photo: https://www.luxeva.com/

มันสัมผัสได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่บ่งบอกได้ว่าเป็นการนำเสนอองค์ประกอบในแง่มุมใหม่ๆ ของเธอ เช่นการภาพถ่ายทิวทัศน์ด้วย iPhone และคำพูดจากนักเขียนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องประดับของเธอ เช่น นำต่างหูทองคำ 18 กะรัตกับคาร์เนเลี่ยนมาจับเข้าคู่กับเซตสร้อยลูกปัดแทนซาไนต์ ไข่มุก และเพชร ให้ความรู้สึกถึง “Where the sun meets the sea, is where you will find me” ซึ่งเป็นเนื้อร้องจากท่อนหนึ่งของเพลง “Where the Sun Meets the Sea” ของ Christian duo Jason และ deMarco เธอกล่าวว่า “เมื่อฉันมองดูเครื่องประดับ” “ก็เหมือนนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน” เธอหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยทำให้ผู้อ่านมองเธอ “ในฐานะผู้สร้างสรรค์ ซึ่งช่วยนำเธอไปสู่แง่มุมอื่นๆ ในงานออกแบบ”

Photo: Farah Khan Jewellery


 

5.The Collection

Cartier’s color heritage คือคำจำกัดความของ “Coloratura” ซึ่งหมายถึงผลงานชั้นยอดของ Catier ได้ถ่ายทอดผ่านหนังสือ Coloratura: High Jewelry and Precious Objects by Cartier เขียนโดย François Chaille ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือการเล่นกับสีสันอันเจิดจรัสจากทุกมุมของโลกได้ผสมผสานจนกลายมาเป็นสีสันที่สวยงามที่สุด เฉดสีอันเจิดจ้าของอินเดีย แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของเอเชียและโลกตะวันตก ความละเอียดอ่อนของญี่ปุ่นและสีสันที่โดดเด่นเป็นจังหวะของแอฟริกา ความผูกพันกันของอดีตและปัจจุบัน มีความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมและคนต่างยุคต่างสมัย ล้วนแต่ถูกถ่ายทอดผ่านการเฉลิมฉลอง การแบ่งปัน และความสุข เครื่องประดับคอลเลกชั่นนี้ตั้งตามชื่อของท่วงทำนองของเพลงเพลงโอเปร่าต้องร้องเร็วและยากมากๆ และสอดคล้องกับภาษาละติน colorare (ที่แปลว่า สี)

 

หนังสือเขียนขึ้นมาพร้อมๆ กับการออกแบบคอลเลกชั่น Coloratura ใช้เวลาหนึ่งปีในการผลิต โดย Suzanne Isoré ผู้อำนวยการกองบรรณาธิการของแผนกออกแบบและสไตล์ของสำนักพิมพ์ Flammarion กล่าวว่า “เราเฝ้ารอให้ผลงานแต่ละชิ้นก้าวออกมาจาก Workshop ก่อนจะรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพผลงานเหล่านั้น” และหนังสือได้ถูกตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา

Photo: https://www.cartier.com

ในแต่ละบทของหนังสือนำเสนอเครื่องประดับที่มีสีสันหรือสีเฉพาะ แสดงให้เห็นถึงแรงบันดาลใจจากศิลปะในปัจจุบันจากทั่วโลก จากสีแดงของบ้านเรื่อนไปจนถึงสีฟ้าและสีเขียวในยุค 1920 สร้อยคอแพลตตินั่ม Panthère Impérieuseกับไพลินซีลอนขนาด 41.06 กะรัตและเพชร หรือแพนเทอร์แซฟไฟร์ที่มีตาสีเขียวจากมรกต โดยเครื่องประดับของคาร์เทียร์เน้นให้เห็นถึงงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับชุดรูปแบบสี เธอบอกว่า “เพื่อเชื่อมโยงหนังสือกับเครื่องประดับมากกว่าและมีบริบทที่แท้จริง”

Photo: https://www.cartier.com

ยกตัวอย่างธีมของ CHROMAPHONIA ที่ใช้มรกตและสปิเนลเพื่อสร้างความแตกต่างของสีสันให้ระลึกถึงงานเทศกาลยุโรปตะวันออกที่แปลกใหม่ สร้อยคอเป็นรูปมรกตตัดกับพลอยสีที่น่าสนใจเผยให้เห็นคุณสมบัติสีจากอัฟกานิสถานและรูปลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกันให้เปิดเผยเสน่ห์ที่แตกต่างกัน อัญมณีที่ Cartier ชื่นชอบความงามของเครื่องประดับชิ้นนี้ อัญมณีแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์และผสมผสานเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน เพชร, นิล, เทอร์ควอยส์, สปิเนลที่จัดวางสลับกันให้เห็นถึงโครงสร้างรูปทรงเรขาคณิตอันโดดเด่น ความคมชัดของสีที่สวยงามสะท้อนและตั้งค่าซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น

Photo: https://www.cartier.com


หากท่านใดสนใจที่จะหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือทั้งหมดนี้สามารถหาอ่านได้ที่ชั้นหนังสือหมวด Jewelry Design Collection ภายในห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ

พิกัด: ห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ ชั้น1 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม

 

SHARE ON :