10 สถานที่ชอปปิงเครื่องประดับสุด “วิบวับ” ในอาเซียน
10 สถานที่ชอปปิงเครื่องประดับสุด “วิบวับ” ในอาเซียน

GIT LIbrary Admin

 02 Mar 2020   1777

10 ที่ชอปปิงเครื่องประดับสุด “วิบวับ” ในอาเซียนที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

หากใครมีแพลนไปท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือแถบประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน อย่าลืมแวะไปแหล่งชอปปิงสุดฮิตที่เรานำมาเสนอนี้ เพราะแหล่งชอปปิงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญในแต่ละประเทศนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันไป แต่จะมีสถานที่ใดที่น่าสนใจกันบ้างนั้น เราสรุปสถานที่เจ๋งๆ มา 10 สถานที่ให้ได้อ่านกันจากบทความนี้ค่ะ

Photo by Igor Ovsyannykov (http://www.pixabay.com)

แผนที่ประเทศในกลุ่มอาเซียน

1. ย่านบันดาร์ กรุงบันดาเสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน

ย่านบันดาร์ (Bandar) ตั้งอยู่บนถนนจาลัน ซุลตัน (Jalan Sultan) และ จาลัน แมคอาเธอร์ (Jalan McArthur) มีร้านค้าปลีกเครื่องประดับตั้งกระจายอยู่ในย่านการค้าท้องถิ่นต่างๆ โดยกิจการส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายย่อย มีทั้งร้านจำหน่ายเครื่องประดับรูปแบบดั้งเดิมกับนาฬิกา ซึ่งเจ้าของธุรกิจมักเป็นคนบรูไนเชื้อสายจีน เช่น Chin Poh Goldsmith & Watch Dealer, Chiang Seng Goldsmith และ Chop Seng Kee นอกจากย่านบันดาร์แล้ว ยังมีย่านการค้าเครื่องประดับที่สำคัญอื่นๆ อีก อย่างเช่น ย่านกาดง (Gadong) กิวลัป (Kiulap) เซงกูรง (Sengkurong) และ แอร์พอร์ต (Airport) ซึ่งในบริเวณย่านต่างๆ มีร้านค้าปลีกเครื่องประดับตั้งอยู่ตามแนวถนนและในห้างสรรพสินค้า หากใครได้ไปบรูไนแล้วล่ะก็ไม่ควรพลาดโดยห้างสรรพสินค้าที่รู้จักกันดีคือ Yayasan Sultan Haji Hassanal Bolkiah Complex ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของบรูไน มีสินค้าน่าสนใจมากมาย เช่น สินค้าพื้นเมือง ของโบราณ คริสตัล และเครื่องประดับ และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และยังสง่างามไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว


Yayasan Sultan Haji Hassanal Bolkiah Complex (Photo: http://www.yayasancomplex.com)

2. ตลาดรัสเซีย กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

ตลาดรัสเซีย (Russian Market หรือ Phsar Toul Tum Poung) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของถนนเหมาเจ๋อตง (Mao Tse Tung Boulevard) เป็นตลาดท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก เป็นตลาดในร่ม จำหน่ายสินค้ามากมายหลากหลายชนิด ได้แก่ เสื้อผ้า รองเท้า ของที่ระลึก งานแกะสลัก ผ้าไหม งานหัตถกรรมท้องถิ่นและของโบราณ  รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับ แต่ละร้านจำหน่ายพลอยร่วงทั้งพลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อน เครื่องประดับทองสามกษัตริย์ เครื่องประดับเงินล้วน และเครื่องประดับเงินตกแต่งพลอยสี ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะนิยมซื้อเครื่องประดับเงิน กำไลเงินลวดลายเรียบๆ ตกแต่งด้วยพลอยสี และหินสีต่างๆ ชาวกัมพูชาจะนิยมซื้อเครื่องประดับทองสามกษัตริย์ เครื่องประดับทองขาวและเครื่องประดับทองคำ 18 กะรัต ซึ่งนอกจากตลาดรัสเซียแล้ว ยังมีตลาดเก่า (Old Market หรือ Phsar Chas) และ ตลาดใหม่ (Central Market หรือ Phsar Thom Thmey) ตลาดท้องถิ่นที่จำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้ได้เดินชอปกันอย่างจุใจ ถ้าเวลายังเหลือๆ ห้างสรรพสินค้ายอดนิยมของกัมพูชาอย่าง ห้างโสรยา (Sorya Shopping Center) ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ควรไปเยือนสักครั้ง

ร้านค้าเครื่องประดับในตลาดรัสเซีย (Russian Market)

3. ย่านราวา บนิง กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ศูนย์กลางการค้าอัญมณี Jakarta Gems Center ตลาดขายอัญมณีและเครื่องประดับติดแอร์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในย่านราวา บนิง (Rawa Bening) แถบ Bekasi Barat ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ Jatinegara ทางทิศตะวันตกของกรุงจาการ์ตา ภายในประกอบไปด้วยร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเทียม พลอยเจียระไน ไข่มุก ปะการัง หยกแกะสลัก โดยเฉพาะหินสี ทับทิม ไพลิน มรกต สปิเนล แอเมทิสต์ มีวางขายจำนวนมากทั้งของแท้และของเทียม ทั้งขายปลีกและขายส่ง ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อตัวเรือนและอัญมณีมาขึ้นตัวเรือนได้ เรียกได้ว่าที่นี่เป็น One Stop Service สำหรับผู้ที่จะรับสินค้าเพื่อไปขายต่อ เพราะชั้นใต้ดินของตัวตึกมีช่างให้บริการขึ้นตัวเรือนกว่า 50 คน ในกรุงจาการ์ตายังมีร้านค้าปลีกเครื่องประดับที่อยู่ตามแนวถนนใหญ่ในย่านธุรกิจอีกจำนวนหนึ่ง เช่น ริมถนนบาตู เจเปอร์ (Batu Ceper) ที่ติดกับถนนสายหลักซึ่งเป็นเพียงหน้าร้านขนาดเล็ก โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็นพลอยร่วง หินสี และเครื่องประดับทั้งที่ตกแต่งด้วยพลอยแท้และพลอยสังเคราะห์ที่ราคาไม่แพง ขณะที่ร้านแบรนด์เครื่องประดับท้องถิ่นส่วนใหญ่มักตั้งกระจายอยู่ตามย่านชุมชนบริเวณถนนรอบนอกใจกลางเมือง เช่น แบรนด์ Doris Vinci Jewellery, Crown Jewellery, Kesawan Jewellery, Queen Jewellery และ Prestige Jewellery สินค้าเกือบทุกร้านเป็นเครื่องประดับทองคุณภาพระดับปานกลางถึงสูง และยังมีตลาดและย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับกระจายอยู่ตามเมืองสำคัญในแต่ละเกาะของอินโดนีเซีย เครื่องประดับที่วางจำหน่ายนั้นก็จะมีความหลากหลายทั้งในด้านการออกแบบและค่าความบริสุทธิ์ของโลหะมีค่าที่ใช้ในการผลิตเครื่องประดับซึ่งจะเฉพาะเจาะจงต่างกันไปตามสไตล์พื้นถิ่นในแต่ละเมือง เช่น สุราบายา บาหลี เป็นต้น


Jakarta Gems Center กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย

4. ตลาดเช้าชอปปิงมอลล์ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว

ตลาดเช้าชอปปิงมอลล์ ห้างสรรพสินค้าติดแอร์ที่มาแทนตลาดเช้าเดิมที่เป็นอาคาร 2 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันของถนนล้านช้างไม่ไกลจากประตูชัยของกรุงเวียงจันทน์ ห้างสรรพสินค้าที่มีความทันสมัยจำนวน 5 ชั้น โดยชั้นล่างสุดเปิดจำหน่ายสินค้าทั่วไป เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น ของที่ระลึกต่างๆ สินค้าพื้นเมืองและสินค้าจากต่างประเทศ เช่น เครื่องมุกจากเวียดนามและของใช้จากจีน ส่วนบริเวณชั้น 2 เป็นร้านจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับจำนวนมาก เช่น เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน พลอยร่วง และหินสี หากใครมองหาเครื่องประดับเงินที่มีลวดลายการออกแบบเป็นรูปดอกจำปา (ดอกลีลาวดี) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติและเครื่องประดับทองหรือที่ชาวลาวเรียกว่า “คำ” มีทั้งเครื่องประดับทองรูปพรรณกะรัตสูงและเครื่องประดับทองตกแต่งด้วยอัญมณีจำพวกเพชร ทับทิม และมรกต ต้องไม่พลาดแวะไปที่ ตลาดดาวเรือง เป็นแหล่งจับจ่ายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว จะได้เครื่องประดับย้อนยุคที่จำหน่ายในเมื่องไทยเมื่อสมัย 30 ปีที่แล้ว


บรรยากาศตลาดเช้าชอปปิงมอลล์ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว

5. ย่านบูกิต บินตัง กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

แหล่งชอปปิงในมาเลเซียนั้นก็มีอยู่ไม่กี่ที่ ย่านบูกิต บินตัง (Bukit Bintang) ดูเหมือนจะเป็นย่านที่เจริญที่สุดในกรุงกัวลาสัมเปอร์ ตั้งอยู่บนถนน Jalan Bukit Bintang ตัดกับถนน Jalan Sultan Ismail ย่านนี้รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ The Pavilion ที่เป็นห้างขนาดใหญ่และหรูหราที่สุดแห่งหนึ่ง จำหน่ายสินค้าหรูหราระดับพรีเมียม รวมถึงเครื่องประดับแบรนด์เนมลักซ์ชัวรี่ อย่างแบรนด์ Gucci, Tiffany & Co. และ Pandora หรือจะเป็นห้าง Starhill Gallery ที่อยู่ด้านตรงข้ามเป็นแหล่งรวมของสินค้าหรูหราทั้งนาฬิกา อัญมณีและเครื่องประดับมากกว่า 10 ร้าน อาทิ Chopard, Damiani และ Van Cleef & Arpels ไม่ห่างกันนักยังมีห้างขนาดใหญ่ที่สามารถเดินเท้าต่อไปยังบริเวณตึกแฝดหรือ Petronas Twin Towers เป็นที่ตั้งของ KLCC Suria Mall โดยภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้าย่อยอีก 3 แห่ง คือ Ampang Mall, Park Mall และ Ramlee Mall โดยเฉพาะ Ramlee Mall เป็นแหล่งรวมเครื่องประดับแบรนด์เนมชั้นนำ อาทิ Bulgari, Cartier,Chanel, Gucci และ Tiffany & Co. นับได้ว่าเป็นย่านธุรกิจที่มีกลุ่มผู้ซื้อที่มีระดับรายได้สูง และเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลาง ที่เป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มสำคัญที่สุดของการเข้ามาซื้อหาเครื่องประดับในมาเลเซีย


ห้างสรรพสินค้า The Pavilion ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

6. ตลาดสก๊อต เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์

ถ้าพูดถึงสถานที่ชอปปิงเมื่อมาทัวร์พม่า ตลาดสก๊อต (Scott Market) หรือ ตลาดโบ-ยก อองซาน (Bogyoke Aung San Market) ยังคงเป็นตลาดยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือน เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและสถานที่ชอปปิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศพม่า ตั้งอยู่บนถนนโบโจ๊กอองซานใกล้กับอาคารการรถไฟของประเทศพม่าใจกลางของเมืองย่างกุ้ง ตลาดแห่งนี้สร้างโดยชาวอังกฤษ ชื่อว่านายเกวิน สก๊อต (Mr. Gavin Scott) ทั้งยังเป็นตลาดค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในพม่าอีกด้วย มีร้านค้าอัญมณีที่มีมากกว่า 100 ร้าน จำหน่ายพลอยประเภทต่างๆ เช่น ทับทิม หยก ไข่มุก และไพลิน โดยพลอยต่างๆ นำมาจากเมืองโมกก (Mogok) และมองซู (Mong Shu) ร้านค้าส่วนใหญ่จะนำพลอยสีต่างๆ มาทำเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำ ไล ต่างหู ตัวเรือนทองหรือประดับเพชร หรือจะเป็นเครื่องประดับอัญมณีในโทนสีเดียวและหลากหลายสีสัน เครื่องประดับที่ได้รับความนิยมมากคือ เครื่องประดับที่ทำจากทับทิมสีแดงบนตัวเรือนทอง โดยเฉพาะแหวนทับทิมสีแดงเม็ดเดี่ยวบนตัวเรือนทองล้อมรอบด้วยเพชร จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ


ตลาดสก็อต กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า

7. ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ประเทศสิงคโปร์

ย่านลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) ย่านสุดฮิตของประเทศสิงคโปร์ที่มีสีสันและกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมของชาวอินเดีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River) และอยู่ฝั่งตรงข้ามจากย่านไชน่าทาวน์ โดยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของย่านนี้คือมีอาคารบ้านเรือนต่างๆ ในสไตล์โคโรเนียลถูกทาสีให้มีสีสันสดใสดูสวยงามแปลกตา และยังมีสถานที่ที่น่าสนใจมากมายหลากหลายที่ ทั้งถนนคนเดินชอปปิง วัดแขกหรือวัดของศาสนาฮินดู ศูนย์อาหารอินเดีย และห้างมุสตาฟาห้างขายของถูกสุดฮิตของคนไทย ในย่านลิตเติ้ลอินเดียนี้เป็นแหล่งที่มีชาวสิงคโปร์เชื้อสายอินเดียอาศัยอยู่รวมกันและมีกิจการค้าปลีกเครื่องประดับจำนวนมากที่ตั้งเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน ซึ่งวัฒนธรรมการบริโภคเครื่องประดับของคนกลุ่มนี้จะเหมือนกับชาวอินเดียทั่วไปที่นิยมเครื่องประดับทอง 22 กะรัตมีลวดลายอันศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นอินเดีย นอกจากเครื่องประดับทอง ยังมีรูปจำลองของเทพเจ้าอันเป็นที่เคารพศักการะในศาสนาฮินดู อาทิ พระศิวะ พระพรหม และพระพิฆเณศ ที่ผลิตด้วยเทคนิคการขึ้นรูปแบบ Electroforming วางจำหน่ายด้วย นอกจากนี้ย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของสิงคโปร์อีก 2 ย่านให้เลือกเดินชอปปิง ก็คือ ย่านออร์ชาร์ดและไชน่าทาวน์


ย่านลิตเติ้ลอินเดีย ประเทศสิงคโปร์

8. ตลาดเบ่นถันห์ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

ตลาดเบ่นถันห์ (Ben Thanh) เป็นตลาดกลางของโฮจิมินห์ซิตี้ที่มีขนาดใหญ่และอึกทึกที่สุดในเวียดนาม อาคารของตลาดแห่งนี้เป็นหนึ่งในอาคารยุคแรกสุดที่ยังหลงเหลืออยู่จากสมัยไซ่ง่อนและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของนครโฮจิมินห์ เป็นแหล่งชอปปิงที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเที่ยวประเทศเวียดนาม ต่างมักจะแวะมาที่นี่เพื่อซื้อของฝากจากเวียดนามกันอย่างมากมาย ยิ่งในช่วงไฮท์ซีซั่นคนจะเยอะเป็นพิเศษและยังตลาดท้องถิ่นซึ่งขายของที่ระลึก รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเครื่องประดับที่ขายในตลาดแห่งนี้เป็นเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน ไข่มุก พลอยแท้และพลอยสังเคราะห์ แต่ละร้านค้าจำหน่ายเครื่องประดับที่มีรูปแบเรียบง่าย และไม่แตกต่างกัน เน้นจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่วนบริเวณถนนรอบตลาดมีร้านค้าเดี่ยวอีกจำนวนมาก ส่วนใหญ่จำหน่ายเครื่องประดับทองขาวตกแต่งเพชร เครื่องประดับทองคำ สินค้าเริ่มมีความทันสมัยมากขึ้น และแตกต่างจากในตลาด นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เรียกว่า Ben Thanh Gold Market จำหน่ายเครื่องประดับทองคำ เครื่องประดับเพชร เครื่องประดับทองขาว หยกย้อมสี และไข่มุก ทั้งนี้ ประชากรส่วนใหญ่ของนครโฮจิมินห์นิยมใช้ชีวิตแบบสังคมเมือง ชอบเดินเลือกซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าทำให้มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมาก ห้างสรรพสินค้าที่สำ คัญ อาทิ Parkson Plaza, Vincom Center, Unionsquare และ Diamond Plaza และเป็นย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญมักตั้งอยู่ในเมืองเศรษฐกิจของประเทศ คือ นครโฮจิมินห์ และกรุงฮานอย


บริเวณหน้าตลาดเบ่นถันต์ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม (Photo: http://www.wikipedia.org)

9. ย่านซานฮวน กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

Greenhills Shopping Center เป็นสถานที่ชอปปิ้งที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวรวมถึงชาวฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่บนถนนออร์ทิกัส (Ortigas Avenue) ย่านซานฮวน (San Juan) ในเขตเมโทรมะนิลา ตลาดไข่มุกที่ศูนย์การค้า Greenhills เป็นสถานที่แห่งนี้มีลักษณะคล้ายคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยอาคารที่เป็นห้างสรรพสินค้าขนาด 3-4 ชั้นที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก จำนวน 4-5 อาคาร จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ข้าวของอุปโภคบริโภคต่างๆ ต้นไม้สวยงาม และที่สำคัญยังเป็นแหล่งรวมไข่มุกและผลิตภัณฑ์จากมุกที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 7,000 เกาะ ทำให้ฟิลิปปินส์เป็นแหล่งผลิตและส่งออกไข่มุกเซ้าท์ซี (South Sea Pearl) ที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยแหล่งผลิตหรือฟาร์มไข่มุกที่สำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศตั้งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะปาลาวัน (Palawan) ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งตลาดค้าไข่มุกและผลิตภัณฑ์จากมุกจะตั้งอยู่บริเวณอาคารที่เป็นส่วนขยายซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างอาคารของ V-mall และ Shoppesvill สินค้ายอดฮิตของตลาดแห่งนี้ก็คือ ไข่มุกน้ำจืด (Fresh water Peal) ขายดีที่สุด เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า ไข่มุกทะเลใต้ (South sea Peal) และมีด้วยความที่มีลักษณะและสีสันที่หลากหลาย จึงทำให้เป็นที่นิยม


Greenhills Shopping Center กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (Photo: https://www.facebook.com/greenhillsofficial)

10. ถนนอัญมณี จังหวัดจันทบุรี ประเทศไทย

ตลาดค้าพลอยเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดกันที่ ถนนอัญมณี จังหวัดจันทบุรี หรือ Gems Street ที่รู้จักกันดีว่าเป็น Chanthaburi City of Gems ตลาดพลอยที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองไทย เป็นถนนที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งถนนอัญมณีหรือตลาดพลอยนี้หมายถึงบริเวณถนนศรีจันท์และซอยกระจ่าง ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี นับเป็นถนนเศรษฐกิจที่คึกคักอย่างมากแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรีเลยก็ว่าได้ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของร้านเจียระไนพลอย ร้านค้าอัญมณี และร้านทองรูปพรรณ มากกว่า 120 ร้าน เปิดขายทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เวลา 8.00-15.00 น. โดยจะมีนายหน้าหรือตัวแทนค้าพลอยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาต่อรองราคากันอย่างคึกคัก พ่อค้าที่ตั้งโต๊ะรับซื้อส่วนใหญ่จะติดป้ายบอกความต้องการอย่างชัดเจน ขณะที่คนเดินพลอยจำนวนมากจะนำพลอยเข้ามาเสนอขายเจรจาต่อรองราคากันอย่างต่อเนื่อง เราจะได้เห็นบรรยากาศการซื้อขายพลอย มี “เด็กเดินพลอย” ที่รับพลอยมาขาย ซึ่งเต็มไปด้วยพ่อค้าพลอยซึ่งเดินทางมาจากที่ต่างๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากพลอยร่วงแล้วยังมีร้านค้าเครื่องประดับ เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตอัญมณีด้วย ส่วนในบริเวณใกล้เคียงย่านการค้าอัญมณีนี้ยังมีร้านค้าเครื่องประดับตั้งกระจายอยู่ในห้างสรรพสินค้า โรงแรมต่างๆ รวมถึงศูนย์อัญมณี ที่แต่เดิมนั้นตั้งอยู่บริเวณโรงแรมเคพีแกรนด์แต่ปัจจุบันได้ย้ายไปยังศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ถนนมหาราช ในตัวเมืองจันทบุรี ซึ่งรวบรวมร้านค้าอัญมณีและเครื่องประดับมากมายวางจำหน่ายสินค้าหลากหลายรูปแบบที่มีความประณีตงดงามจากการผลิตของช่างฝีมือชาวจันทบุรีที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีทั้งเครื่องประดับทอง และเครื่องประดับเงินซึ่งตกแต่งด้วยพลอยสีเป็นหลัก โดยเฉพาะเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยทับทิมและไพลินนั้นได้รับความนิยมจากผู้ซื้อชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยแหล่งผลิตและย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดจันทบุรี กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี อำเภอแม่สอดของจังหวัดตาก สุโขทัย เพชรบุรี นครศรีธรรมราช เป็นต้น ซึ่งแต่ละสถานที่ก็มีสินค้าหลากหลายรูปแบบที่มีเอกลักษณ์และมีความประณีตงดงามจากการผลิตของช่างฝีมือของคนไทยที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นสมกับที่ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก


ตลาดพลอย ถนนอัญมณี จังหวัดจันทบุรี (Photo: https://www.facebook.com/ตลาดพลอยจันทบุรี)

นอกจากแหล่งชอปปิงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับแล้ว ยังมีเรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอัญมณีและเครื่องประดับที่น่าสนใจของประเทศในอาเซียนอีกมากมายให้ได้ศึกษากันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศัพท์อัญมณีและเครื่องประดับในภาษาอาเซียน วัฒนธรรมการแต่งงานในอาเซียนและเครื่องประดับที่ใช้ และรูปแบบเครื่องประดับและตราสินค้าท้องถิ่น หากท่านใดสนใจติดตามอ่านได้เต็มๆ ได้จากหนังสือ "เรื่องน่ารู้...อัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน" ราคาเล่มละ 220 บาท ลดพิเศษ 15% สำหรับสมาชิก GIT เหลือเล่มละ 187 บาทเท่านั้น หากสนใจสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.git.or.th/bookstore/


หนังสือ "เรื่องน่ารู้...อัญมณีและเครื่องประดับ" โดย ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

SHARE ON :