BOOK REVIEW: JULY 2020
BOOK REVIEW: JULY 2020

GIT LIbrary Admin

 24 Sep 2020   161

A Vanity Affair: L'art du nécessaire

เมื่อเครื่องประดับจากยุคต้นศตวรรษที่ 20 ที่ผสมผสานกับ “ความจำเป็น” ของผู้หญิงในยุคนั้นต้องมี เกิดเป็นเคสใส่ของประดับอัญมณีหรูหรา เป็นงานศิลปะที่แสดงถึงความชาญฉลาดของนักออกแบบที่เข้าใจในความต้องการของผู้หญิง ทั้งยังต้องสะท้อนถึงรสนิยม ความเป็นตัวตนของผู้ใช้ บนพื้นฐานของความสง่างามและใช้งานงานได้จริง...

สำหรับผู้หญิงในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Vanity Cases หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Nécessaires” หรือ “Minaudières” ที่เป็นแอกเซสซอรี่ยอดนิยมชิ้นหนึ่งสำหรับสาวสังคมในยุคนั้น นำมาใช้เป็นกระเป๋าสำหรับออกงานทั่วไปหรืองานกลางคืน เป็นเคสที่มีช่องเก็บของได้มากมายในพื้นที่เล็กๆ มีขนาดกะทัดรัด เก็บได้สาระพัดตั้งแต่ อุปกรณ์แต่งหน้ายันพวงกุญแจ “Minaudière” ปรากฎขึ้นเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1930 เป็นผลงานการออกแบบโดย Charles Arpels จากแบรนด์ Van Cleef & Arpels และได้มีนักออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับชั้นสูงอีกหลายต่อหลายคนได้นำไปเป็นต้นแบบในการดีไซน์ในแบบของตัวเองขึ้นมา

หนังสือเล่มนี้นำเสนอ “Minaudière” กว่า 160 ชิ้น จากคอลเล็กชั่นส่วนตัวสุดพิเศษที่ใช้เวลารวบรวมมานานกว่า 30 ปี ชิ้นงานแต่ละชิ้น งดงามไร้กาลเวลา สไตล์อาร์เดตโค เป็นการออกแบบจากนักออกแบบและช่างฝีมือของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ Cartier, Van Cleef & Arpels, Lacloche Frères, Chaumet, Tiffany & Co., Verdura, Belperron, Bulgari และอีกมากมาย การออกแบบและการผลิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงปารีส นักออกแบบต้องเข้าใจว่าผู้หญิงต้องการ “ที่เก็บของกระจุกกระจิก” ที่ใช้งานได้จริง สำหรับการพกพาลิปสติก แป้งฝุ่น บุหรี่ ไฟแช็ก และอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ มีความปราณีต สง่างาม สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตัวตน รสรสนิยม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชั้นสูงในสมัยนั้น

“Minaudière” ที่ประดับด้วยเพชรพลอยอย่างสวยงาม หรูหรา มีสไตล์ ให้ผู้หญิงในยุคนั้นใส่ “สิ่งของจำเป็น” สำหรับออกงาน เป็นผลงานการออกแบบอันยอดเยี่ยมจากโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญงาน ใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมง ชิ้นงานจึงมีความสวยงาม ปราณีต และทรงคุณค่า

ภายในกล่องเล็กๆ เหล่านี้ ถูกออกแบบและจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว แสดงถึงความชาญฉลาดของนักออกแบบที่ต้องการจัดระเบียบสิ่งของมากมาย ทำจากโลหะมีค่า เช่น แพลทินั่ม เงิน และทองคำ ภายนอกประดับด้วยอัญมณีมีค่าหรือกึ่งมีค่า เปลือกหอยมุก หยก หรือมีการเคลือบด้วยแล็คเกอร์ หรือลงยา บางชิ้นอาจมีการออกแบบโดยใช้ผ้าที่มีความยืดหยุ่น อ่อนนุ่ม มาประดับตกแต่ง อย่างผ้าไหมหรือผ้าทอปักดอก บางชิ้นอาจมีเชือกเส้นเล็กหรือสายโซ่สำหรับไว้คล้องข้อมือ เป็นของใช้ที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายได้หลากหลาย ชิ้นงานเหล่านี้จัดเป็นเครื่องประดับในอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่ในรูปแบบของ Minaudières หรือกล่องใส่ของ ซึ่งเป็นของใช้สำหรับผู้หญิงที่มีดีไซน์แตกต่างจากสิ่งที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไปในสมัยนี้

หากคุณเป็นแฟนตัวยงที่หลงใหลในความงามที่ยากจะพรรณนาของงานระดับ Haute Joallier แล้วละก็ ให้มาสัมผัสกลิ่นอายเครื่องประดับแห่งศตวรรษที่ 20 ได้จากหนังสือ A Vanity Affair: L'art du nécessaire เป็นหนังสืออีกเล่มที่ต้องหามาอ่านเป็นอย่างยิ่ง

Title: A Vanity Affair: L'art du nécessaire
Author: edited by Lyne Kaddoura
Publisher: Rizzoli
LC Call No.: NK 1125 .V36 2019
Collection: Jewelry Design
Read More: https://elibrary.git.or.th/book-detail/3164


Islamic Jewelry in The Metropolitan Museum of Art

โลกมุสลิมเต็มไปด้วยอัตลักษณ์แห่งอารยธรรมที่โดดเด่นและเก่าแก่ ทั้งยังก่อให้เกิดประเพณีการทำเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการผสมผสานระหว่าง ความเชื่อทางศาสนา ความจงรักภักดีต่อประเพณีที่สืบทอดมา การออกแบบที่ปราณีตงดงาม ความกลมกลืนของสีสัน และแรงกระตุ้นทางสุนทรียศาสตร์ที่แฝงอยู่ในศิลปะของอิสลามนั้น ล้วนเป็นรากฐานที่สำคัญในการออกแบบเครื่องประดับของช่างอัญมณีอิสลาม

หนังสือเล่มเล็กๆ ที่มีแรงบันดาลใจมาจาก “เครื่องประดับแห่งตะวันออกใกล้” ซึ่งเป็นคอลเล็กชั่นเครื่องประดับอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน สิ่งที่ผู้อ่านจะได้เห็นในหนังสือเล่มนี้ก็คือ การศึกษาและการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติและพัฒนาการของเครื่องประดับอิสลามตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 20 ผ่านภาพถ่ายและเอกสารประกอบต่างๆ แบ่งเป็น เครื่องประดับยุคแรก (ศตวรรษที่ 7-10) เครื่องประดับยุคกลางตอนต้น (ศตวรรษที่ 11-13) เครื่องประดับยุคกลางตอนปลาย (ศตวรรษที่ 14 - 17) และเครื่องประดับยุคปัจจุบัน (ศตวรรษที่ 18 - 20) การวิเคราะห์ลวดลายบนชิ้นส่วนเครื่องประดับอิสลาม ลูกปัด แหวน กำไล เครื่องประดับของกษัตริย์และเจ้านาย

ทักษะอันยอดเยี่ยมของช่างอัญมณี และเทคนิคการทำเครื่องประดับที่มีความละเอียดอ่อน ปราณีต โดยใช้วิธีการที่โดดเด่นในการจัดการกับโลหะมีค่า ด้วยการหลอมให้เป็นแผ่นและลวดแล้วจึงค่อยทำเครื่องประดับตามรูปแบบที่ต้องการ เทคนิคการลงยา การทำตัวเรือน การเจียระไน การแกะสลัก การเลือกใช้อัญมณีและหินสีในการทำเครื่องประดับ รวมไปถึงเทคนิคงานโลหะที่มีความแม่นยำสูง ทั้งหมดนี้จึงเป็นศาสตร์และศิลป์ของ “เครื่องประดับอิสลาม” ที่เป็นต้นแบบให้กับเครื่องประดับในยุคปัจจุบัน หากท่านใดสนใจอ่านหนังสือเล่มนี้ฟรีได้ที่: https://elibrary.git.or.th/book-detail/524 

Title: Islamic Jewelry in The Metropolitan Museum of Art
Author: Manuel Keene and Marilyn Jenkins
Publisher: The Metropolitan Museum of Art
LC Call No.: NK7308.9 .M47 1982
Collection: Jewelry Design
 


LH Fine Jewelry

หนังสือที่รวบรวมคอลเล็กชั่น​การประมูลเครื่องประดับจากสถาบันการประมูล Leslie Hindman Auctioneers (LH) หนึ่งในสถาบันที่ให้บริการด้านการประมูลงานศิลปะชั้นแนวหน้าของโลกที่มีการบริการอันยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จด้วยการทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 1982

คอลเล็กชั่นหนังสือประมูลของ LH ได้รวบรวมเครื่องประดับและนาฬิกาจากคอลเล็กชั่นส่วนตัวของเหล่าคนดังและบรรดาเศรษฐีทั่วสหรัฐอเมริกา มีทั้งเครื่องประดับเก่าแก่จากยุควิคตอเรีย เครื่องประดับชั้นสูง เครื่องประดับสไตล์อาร์ตเดโค รวมถึงไปถึงเครื่องประดับร่วมสมัย จากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Cartier, Van Cleef & Arpels, Oscar Heyman & Brothers, Tiffany & Co. และอื่นๆ อีกมากมาย

ด้วยจำนวนเซลรูมของ LH ในสหรัฐอเมริกาที่มากกว่าสถาบันการประมูลอื่นๆ ทำให้มีการจัดการประมูลอย่างต่อเนื่องมากกว่า​ 60​ ครั้งต่อปี​ โดยการประมูลนั้นมีของสะสมต่างๆ​ หลายรายการ เช่น​ เครื่องประดับและนาฬิกา งานศิลปะร่วมสมัยในศตวรรษที่ 20 หนังสือหายาก เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง​บ้าน และอื่นๆ​ โดยมีสำนักงานขายและสำนักงานหลักในชิคาโก แอตแลนตา เดนเวอร์ มิลวอกี้ เนเปิลส์ ปาล์มบีช​ และเซนต์หลุยส์​

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา LH ได้ให้บริการลูกค้าในฐานะผู้นำด้านการประมูลงานศิลปะในระดับแนวหน้าของโลก และเมื่อไม่นานมานี้​ Leslie Hindman Auctioneers และ Cowan's Auction​ ได้จับมือร่วมทุนกิจการและบริหารงานภายใต้ชื่อสถาบันประมูล Hindman LLC ซึ่งเป็นการรวมบริษัทประมูลสองแห่งของสหรัฐอเมริกาเข้าไว้ด้วยกัน โดยการร่วมธุรกิจกันในครั้งนี้​สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันของผู้ก่อตั้งของแต่ละบริษัทคือ​ Leslie Hindman​ และ​ Wes Cowan ​ เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญและทรัพยากรเพื่อสร้างความเติบโตให้กับอุตสาหกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าในยุคดิจิทัล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเสนอโซลูชั่นแบบองค์รวมเพื่อเชื่อมโยงลูกค้าในท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกากับตลาดงานศิลปะในระดับนานาชาติ ด้วยการให้บริการที่คงความเป็นเลิศทั้งก่อนและหลังการขายให้ได้อย่างดีเยี่ยมมากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอ่านหนังสือเล่มนี้ฟรีได้ที่: https://elibrary.git.or.th/book-detail/3160 
หรือคอลเลคชั่นประมูลเครื่องประดับและนาฬิกาของ LH และ Hindman เล่มอื่นๆ ได้ที่: https://bit.ly/2W2JdjN 

Title: LH: Palm Beach Fine Jewelry
Author: Leslie Hindman Auctioneers
Publisher: Leslie Hindman Auctioneers
Collection: Jewelry Design
 

สามารถสืบค้นหนังสือได้ที่ SEARCH ON OPAC ได้จาก https://elibrary.git.or.th/ หรือเข้ามาใช้บริการอ่านหนังสือได้ที่​ห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ​ ตั้งอยู่ที่​ชั้น​ 1​ อาคารไอทีเอฟ​ ทาวเวอร์​ ถนนสีลม​ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์​ เวลา​ 08.30-16.30 น.​ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์​ ​และวันหยุดนักขัตฤกษ์​

SHARE ON :