ART OF GEMS CUTTING: ศิลปะแห่งการเจียระไนอัญมณี
ART OF GEMS CUTTING: ศิลปะแห่งการเจียระไนอัญมณี

GIT LIbrary Admin

 25 Sep 2020   176

เมื่อพูดถึงรูปแบบการเจียระไนและรูปทรงของอัญมณี บ่อยครั้งที่จะมีความสับสนว่าแตกต่างกันอย่างไร? เราอาจพอให้คำนิยามง่ายๆ ได้ว่า...

SHAPES คือ รูปทรงของอัญมณีเป็นโครงร่างหรือรูปแบบที่อัญมณีนั้นๆ แสดงให้เห็นเมื่อเรามอง เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม หัวใจ เป็นต้น แม้ว่าจะเจียระไนอย่างไร มุมมองโดยรวมของรูปทรงก็ไม่เปลี่ยนไป

CUTS คือ การเจียระไน เป็นการตัดหรือขัดอัญมณีตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ให้เหมาะสมกับรูปทรงของก้อนอัญมณีดิบ เผยให้เห็นถึงสีที่แท้จริงและประกายของอัญมณีที่ระยิบระยับเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟ ขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างเจียระไนว่าจะทำให้อัญมณีนั้นๆ มีชีวิตชีวา สวยงามเพียงใด

อ้างอิงตามคู่มือของ STULLER ได้แบ่ง SHAPES และ CUTS ไว้ดังนี้

STONE CUTS

การเจียระไน เป็นกระบวนการเปลี่ยนก้อนอัญมณีที่หยาบและยังไม่ผ่านการขัดให้กลายเป็นอัญมณีที่มีประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงไฟอย่างที่เราๆ เคยเห็นกันจนชินตา เพื่อจะนำไปประกอบกับตัวเรือนเครื่องประดับได้ การกำหนดตัวแปรของเหลี่ยมมุมและมิติที่เฉพาะเจาะจง จะช่วยเผยให้เห็นสีที่แท้จริงและประกายของอัญมณีที่ระยิบระยับ โดยทั่วไปแล้วช่างเจียระไนอัญมณีต้องสั่งสมประสบการณ์มากกว่าสองปีจึงจะถือว่าเป็นมืออาชีพ และต้องใช้หลายปัจจัยในการตัดสินใจว่าการเจียระไนแบบใดที่จะดีที่สุด เพื่อขจัดมลทิน ซ่อนความไม่สมบูรณ์ของอัญมณีไว้ ทำให้อัญมณีมีประกาย และดึงคุณภาพที่ดีที่สุดของอัญมณีเม็ดนั้นๆ ออกมา

ART OF GEMS CUTTING

มีการศึกษาเพื่อหาสัดส่วนที่เหมาะสมของการเจียระไนอัญมณีเพื่อที่จะได้ประกายไฟมากที่สุด หากการเจียระไนอยู่ในพารามิเตอร์เหล่านี้จะถือว่าเป็นการเจียระไนที่เหมาะสมที่สุด เพชรที่มีสัดส่วนละเอียดสมมาตรและขัดเงาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมีปฏิสัมพันธ์กับแสงและเพิ่มความกระจ่างใส การกระจายแสงได้ดี และมีประกายระยิบระยับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณี นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ และนักอัญมณีได้คิดค้นและพัฒนาการเจียระไนที่ไม่เหมือนใคร และเป็นกรรมสิทธิ์ของแต่ละคน เพื่อดึงความงดงามออกมาจากอัญมณีให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางเทคนิคในการเจียระไนอัญมณีถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเพิ่มประกายไฟให้มากที่สุด ในขณะที่การเจียระไนอัญมณีในเทคนิคอื่นๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดผู้สายตาของผู้คนให้สนใจกับอัญมณีเม็ดนั้นๆ

BRILLIANT CUT
รูปเหลี่ยมเกสรทรงมาตรฐาน เป็นการเจียระไนแบบมาตรฐานตามสมัยใหม่มีทั้งหมด 57-58 เหลี่ยม เหลี่ยมมุมที่ซับซ้อน หลากหลาย เผยให้เห็นถึงประกายของอัญมณีที่ระยิบระยับ เล่นไฟ นิยมใช้เจียระไนเพชร
 

BRIOLETTE CUT
รูปทรงหยดน้ำยอดนิยม เป็นการเจียระไนทรงลูกแพร์มี 84 เหลี่ยม เป็นการเจียระไนที่ยากมาก และเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 17-18 ปัจจุบันมักใช้ในเครื่องประดับสไตล์วินเทจ
 

BULLET CUT
เหลี่ยมเจียระไนรูปทรงหัวกระสุน มีทั้งการขัดให้อัญมณีมีปลายมนเพื่อให้คุณภาพของสีสม่ำเสมอ และแบบเจียระไนให้มีเหลี่ยมมุม ขึ้นอยู่กับชนิดของอัญมณีที่มีความเหมาะสมในการเจียระไน

 

CABOCHON CUT
รูปทรงหลังเบี้ย เป็นการเจียระไนแบบหลังเต่า ทรงโดม ฐานแบน ไม่มีเหลี่ยมมุม แต่เกิดจากการขัดผิวอัญมณีให้เรียบมนและเงางาม ถูกทำให้มีขนาดพอดีกับการฝังอัญมณีลงบนตัวเรือน

 

CHECKERBOARD CUT
รูปเหลี่ยมกระดานหมากรุก นิยมใช้ในการเจียระไนอัญมณีที่มีขนาดใหญ่ รูปทรงในแบบ Cushion และอัญมณีที่มีความโปร่งแสง เช่น ทัวร์มาลีน เพื่อเผยให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเจียระไนได้ดีที่สุด

 

EIGHT CUT
เป็นการเจียระไนในเวอร์ชั่นเหลี่ยมเกสรแบบเรียบง่ายมีแค่ 8 เหลี่ยม มักใช้กับอัญมณีขนาดเล็ก และเมื่อมองจากด้านบนของอัญมณีจะเห็นเพียงมุม 8 มุมรอบหน้าเทเบิลเท่านั้น

OLD EUROPEAN CUT
รูปเหลี่ยมโบราณแบบยุโรปก้นตัด 58 เหลี่ยม มีเทเบิลที่เล็กและสูงกว่าการเจียระไนแบบเหลี่ยมเกสรทรงมาตรฐาน (Brilliant Cuts) ทั้งยังมีสัดส่วนและความสมมาตรที่น้อยกว่าเหลี่ยมเกสร นั่นเป็นเพราะเทคนิคในการเจียระไนยังเป็นแบบโบราณ

OLD MINE CUT
รูปเหลี่ยมเพชรแบบโบราณ เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมลดมุม ซึ่งเจียระไนให้ใกล้เคียงกับผลึกเพชรที่มีอยู่ตามธรรมชาติมีทั้งหมด 64 เหลี่ยม มีรูปทรงสี่เหลี่ยมขั้นพื้นฐานที่มีมุมโค้งมนเบาๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบบวินเทจ

OLD SINGLE CUT
รูปแบบการเจียระไนที่มีพัฒนการจาก "Table Cut" เป็นการเจียระไนแบบโบราณ พบได้จากรูปแบบการเจียระไนเพชรในยุคแรกๆ โดยตัดมุมทั้งสี่ด้าน และเมื่องมองจากด้านบนจะมีทั้งหมด 8 เหลี่ยม

 

POINT CUT
รูปเหลี่ยมเจียระไน 8 เหลี่ยม ที่ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 13 เป็นการเจียระไนตามรูปผลึกของเพชร โดยทำให้สูญเสียเนื้อเพชรน้อยที่สุด เพชรถูกเจียระไนและขัดในขั้นตอนเดียว

ROSE CUT
รูปทรงเหลี่ยมกุหลาบ ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1520 ส่วนมากมักใช้เจียระไนการ์เนต ลักษณธใต้ฐานกลมแบนคล้ายแบบหลังเบี้ย แต่เจียระไนด้านบนให้ทำมุมสามเหลี่ยม

STEP CUT
รูปเหลี่ยมขั้นบันได การเจียระไนเป็นเหลี่ยมมุมในแนวนอน เป็นชั้นๆ ขนาดลดหลั่นกันไป เหมือนกับขั้นบันได เพื่อเผยให้เห็นถึงสีสันและความใสมากกว่าที่จะเน้นประกายระยิบระยับของอัญมณี

 

TABLE CUT
รูปแบบการเจียระไนเหลี่ยมโบราณ ถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นรูปแบบการเจียระไนที่ง่ายที่สุดในยุคนั้น พัฒนามาจาก Point Cut โดยตัดมุมบนในแนวตรง ทำให้เกิดระนาบบนพื้นผิวของหน้าเพชร

 

 
SHARE ON :