HIGHLIGHTS

MELO PEARLS : สุดยอดไข่มุกสีส้มพาสเทลที่นักสะสมถวิลหา

GIT LIbrary Admin

 05 Feb 2021   6650

Melo Pearls คืออะไรและทำไมจึงล้ำค่า?

เมโล เพิร์ล (Melo Pearl) หรือที่เรียกว่าไข่มุกหอยสังข์ทะนาน จัดเป็นไข่มุกธรรมชาติ (Natural Pearl) สีส้มพาสเทลสดใสที่เกิดจากการรังสรรค์ความงดงามตามธรรมชาติจากหอยทากทะเลขนาดใหญ่ (Sea Snail) หนึ่งในบรรดาไข่มุกที่หายากและมีราคาแพงที่สุดในโลก และยังเป็นสุดยอดไข่มุกสีส้มพาสเทลที่นักสะสมไข่มุกทั่วโลกถวิลหา

Melo Pearls (Photo Credit: http://www.tostijewels.com/)

แล้วไข่มุกเมโลหายากแค่ไหน? 

เนื่องจากไข่มุกเมโล เป็นไข่มุกเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น หอยสังข์ทะนาน เพียง 1 ในหลายพันตัวเท่านั้น ที่จะพบไข่มุกที่มีคุณภาพระดับที่ใช้เป็นอัญมณีได้ และโอกาสที่จะเจอไข่มุกมีเฉดสีส้มที่สมบูรณ์แบบก็ยิ่งน้อยลงตามไปด้วย

Rare Melo Melo Pearls From Assael,
Bottom Right: Ranfan Runway Mercedes Benz Fashion Week NY (Photo Credit: https://assael.com/)

ไข่มุกเมโล อาจพบเห็นได้บ่อยบนรันเวย์แฟชั่นโชว์ งานประมูลครื่องประดับหรูหรา หรือเครื่องประดับที่เหล่าเซเลบริตี้นิยมมีไว้ในครอบครอง แต่กลับไม่ค่อยพบเห็นได้ตามร้านจิวเวลรี่ทั่วไป ไข่มุกเมโล ขึ้นชื่อเรื่องความมันวาวที่เรียบเนียน ดูนุ่มนวลราวกับกระเบื้องเคลือบ มีลวดลายบนผิวตามธรรมชาติคล้ายเปลวไฟ (Flame Structure) ที่สวยงามและมีสีสันที่โดดเด่นแปลกตาเป็นเอกลักษณ์ ด้วยความหายากและมูลค่าที่สูงล้ำของไข่มุกเมโล จึงทำให้เป็นไข่มุกอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก มาดูกันว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ไข่มุกชนิดนี้หายากและมีราคาสูงลิบลิ่วในตลาดอัญมณี

Etoile Orange Melo Melo Pendant  By Assael ;
23 mm Melo Melo Natural Pearl Set in an 18-karat rose-gold pendant necklace with 209 diamonds ($750,000)
(Photo Credit: https://assael.com/)

Melo Pearls มาจากไหน?

ไข่มุกเมโล (Melo Pearl) ไข่มุกที่ผลิตจากหอยสังข์ทะนาน (Melo Melo) หรือหอยโข่งเหลือง เป็นหอยทะเลวงศ์ Volutidae ชั้นหอยฝาเดียว (Gastopoda) และยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อหอยลำโพง หรือ หอยตาล (Indian volute หรือ Bailer Shell) เป็นหอยทะเลขนาดใหญ่ที่มักอาศัยอยู่ตามดินเลนของน่านน้ำเขตร้อนที่ความลึกประมาณ 10 เมตร ในประเทศพม่า เวียดนาม กัมพูชา และประเทศไทย โดยตามเอกสาร Pearl Book ของสมาพันธ์เครื่องประดับโลก หรือ CIBJO ระบุว่ามีชนิดของหอยที่แตกต่างตามแหล่งที่พบออกเป็น 5 สายพันธุ์ ดังนี้

  1. Melo Aethiopica พบในทะเลแถบปาปัวนิกินี (อินโดนิเซีย)
  2. Melo Amphora พบในแถบทะเลทางเหนือของออสเตรเลีย
  3. Melo Broderipii พบในแถบทะเลของฟิลิปปินส์
  4. Melo Georginae พบในแถบทางใต้ของ ควีนส์แลนด์
  5. Melo Melo พบในแถบทะเลจีนใต้และอันดามัน 
Melo Melo Sea Snail (Photo Credit: https://assael.com/)

ในประเทศไทย หอยชนิดนี้จะพบมากทางภาคใต้ ชาวบ้านหรือชาวประมงจะจับหอยชนิดนี้มารับประทานเป็นอาหาร และถ้าโชคดีอาจจะพบไข่มุกเมโลในเนื้อของหอย​ นอกจากนี้ยังนำไปเป็นอาหารใช้เลี้ยงหอยมุกซีกในฟาร์มไข่มุกที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา
 
Bonhams : Large and Rare Non-nacreous Melo Pearl ($ 30,500) ; (Photo Credit: http://www.bonhams.com/)

ในประเทศพม่า เรียกหอยขนาดใหญ่เหล่านี้​ว่า “หอยกะลามะพร้าว” หรือ “ Ohn kayu” (กะลามะพร้าว) เนื่องจากหอยมีลักษณะรูปร่างที่คล้ายผลของมะพร้าว ส่วนไข่มุกสีส้มที่ได้จากหอยเหล่านี้เรียกอีกอย่างว่า “Ohn pale” หมายถึงไข่มุกมะพร้าว สีของเปลือกหอยเหล่านี้แตกต่างกันไปตั้ง แต่สีส้มจนถึงสีเหลืองอมส้ม สีเหลืองซีดจนถึงสีน้ำตาล มีขนาดตั้งแต่ 120 มม. ถึง 230 มม. แม้ว่าจะมีรายงานขนาดที่ใหญ่กว่า หอยเมโลถูกจับได้ที่ความลึกระหว่าง 30 เมตรถึง 50 เมตรในก้นทะเลโคลนโดยชาวประมง "Wa-lat" หรือ "Gar" ซึ่งก็เช่นเดียวกับหอยสังข์ราชินี หอยชนิดนี้ก็สามารถผลิตไข่มุกได้เหมือนกัน แต่โอกาสที่จะพบไข่มุกชนิดนี้มีเพียงหนึ่งในพันตัวเท่านั้น
 
Melo Melo Sea Snail (Photo Credit: https://assael.com/)

เปลือกหอยของหอยเมโลยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรวมถึงการทำเครื่องประดับ โดยบริเวณขอบปากของเปลือกหอยชนิดนี้สามารถนำมาตัดและเจียระไนให้มีรูปร่างเหมือนไข่มุกเมโล ซึ่งทำให้มีไข่มุกเมโลเลียนแบบที่ทำจากเปลือกหอยเมโลนั้นมีปะปนในท้องตลาด และด้วยความที่ไข่มุกเมโล่มีมูลค่าสูง ผู้ซื้อจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อไข่มุกชนิดนี้เป็นพิเศษ ซึ่งจากบทความเรื่อง An Imitation "Melo Pearl" ที่เขียนโดย Gemological Institute of America ได้ระบุถึงลักษณะของไข่มุกเมโลเลียนแบบไว้อย่างชัดเจน เพราะแค่ดูจากภาพนอกอาจจะตอบได้อยากว่าเป็นของแท้หรือปลอม แต่ถ้าหากไม่มั่นใจก็สามารถส่งไข่มุกไปตรวจสอบได้ห้องปฏิบัติการทางอัญมณีวิทยา เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะในการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งโดยนักอัญมณีศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญให้ออกใบรับรองผลการตรวจสอบ จึงเป็นการรับประกันว่าไข่มุกนี้เป็นของแท้อย่างแน่นอน
 
Imitation of a Melo Pearl (Photo Credit: https://www.gia.edu/)

Melo Pearls เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ไข่มุกเมโลเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับไข่มุกชนิดอื่นๆ ก็คือเมื่อมีเศษทรายเล็กๆ หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวของหอยและเกิดการระคายเคือง หอยสังข์ทะนานจะหลั่งสารประกอบคาร์บอเนตมาล้อมรอบสิ่งแปลกปลอมนั้นไว้ มีลักษณะเป็นชั้นผลึกที่เป็นเส้นๆ ค่อยๆ กลายเป็นไข่มุกเมโล และก็เช่นเดียวกับไข่มุกหอยสังข์ราชินี ไข่มุกเมโล ยังไม่สามารถผลิตได้ด้วยการเพาะเลี้ยงด้วยฝีมือมนุษย์ ซึ่งหมายความว่า ไข่มุกชนิดนี้เกิดได้เองตามธรรมชาติเท่านั้น จึงทำให้ไข่มุกชนิดนี้ “หายาก” และเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก แต่เมโลเพิร์ลอันเป็นที่ปรารถนามากที่สุดของนักสะสมทั้งหลาย คือเมโลเพิร์ลสีส้มสดใสที่มีริ้ว “เปลวไฟ” บนผิวที่ชัดเจน

Natural Melo Melo Pearl (Photo Credit: https://assael.com/)

ลักษณะของไข่มุก Melo Melo เป็นอย่างไร? 

รูปแบบ (Formation)

ไข่มุกเมโลนั้นไม่มีชั้นมุกเป็น (Non-Nacreous) เหมือนกับไข่มุกทั่วไป แต่เกิดขึ้นจากการผสมกันระหว่าง แคลไซต์ (Calcite) และ อราโกไนท์ (Aragonite) ทำให้มีพื้นผิวที่เรียบเนียนเหมือนกระเบื้องเคลือบ มีความคล้ายคลึงกับไข่มุกหอยสังข์ (Conch Pearl) ซึ่งไม่มีชั้นมุกเช่นกัน

ขนาด (Size)

ไข่มุกเมโลมีมากมายหลายขนาด ขนาดใหญ่ก็มีเช่นกัน โดยมีรายงานว่าเคยพบไข่มุกเมโลขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากถึง 397.52 กะรัต ซึ่งมีขนาดประมาณ 3 ใน 4 เท่าลูกกอล์ฟ

สี (Color)

สีของไข่มุกเมโลมีตั้งแต่สีเหลืองอ่อน สีส้ม ไปจนถึงสีส้มเข้มจนน้ำตาล แต่สีที่ดีที่สุดและสีที่มีมูลค่ามากที่สุดคือ สีส้ม พบในทะเลจีนใต้และทางตะวันตกของทะเลอันดามันนอกชายฝั่งประเทศพม่า ซึ่งความหายากและความพิเศษของสีในไข่มุกเมโลจะยิ่งทำให้ไข่มุกสวยงามมีเสน่ห์ และทำให้มีมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ข้อควรระวังก็คือ สีไข่มุกเมโลจะจางลงเมื่อโดนแสงแดดหรือแสง UV เป็นเวลานาน

รูปทรง (Shape)

โดยทั่วไปแล้วไข่มุกเมโลจะมีลักษณะเป็นทรงกลมอย่างสมบูรณ์แตกต่างจากไข่มุกหอยสังข์ (Conch Pearl) ที่พบได้ทุกรูปทรง ไข่มุกเมโลมักไม่ค่อยพบในรูปทรงอื่นๆ แต่บางครั้งอาจพบรูปทรงที่เป็นวงรีอยู่บ้าง

ความแข็งและความคงทน (Hardness and Durability)

ไข่มุกเมโลมีความแข็งกว่าไข่มุกทั่วไป คือมีค่าความแข็งเท่ากับ 2.5 – 4 ตามสเกลของโมส์ ซึ่งทำให้มุกชนิดนี้เป็นอัญมณีที่มีความทนทาน และสามารถอยู่ได้นานมากกว่า 5 ปี หากได้รับดูแลอย่างสม่ำเสมอ

ความมันวาว (Luster)

ความแวววาวของไข่มุกเมโลนั้น มีความเรียบเนียน สะท้อนแสงดูนุ่มนวลเหมือนกับกระเบื้องเคลือบ คุณลักษณะนี้เรียกว่า “Porcellaneous Luster” แต่เมื่อผ่านเวลาผ่านไปความความวาวนี้อาจลดลงหรือหายไป แต่สามารถทำให้ผิวไข่มุกมันเงาขึ้นได้อีกครั้งด้วยการขัด

น้ำหนัก (Carat Weight)

ไข่มุกทั่วไปส่วนใหญ่มีหน่วยวัดขนาดเป็นมิลลิเมตร แต่ไข่มุกเมโลนั้นจะมีหน่วยวัดน้ำหนักเป็นกะรัตเหมือนกับเพชร

โครงสร้างของเปลวไฟ (Flame Structure)

หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจที่สุดของไข่มุกเมโล นั่นก็คือ “เปลวไฟ” ที่เปล่งประกายบนผิวอันเป็นเอกลักษณ์ของ ไข่มุกเมโล มีลักษณะเหมือนกับริ้วของเปลวไฟเป็นคลื่นไปทั่วพื้นผิวของไข่มุก ซึ่งขนาด ระดับความอิ่มตัวของสี และความลึกของ "เปลวไฟ" นั้นจะขึ้นอยู่กับอายุของหอยด้วย และเมื่อมองบางมุมอาจจะสังเกตเห็นเอฟเฟกต์ตาแมว (Chatoyancy) ซึ่งยิ่งถ้ามีเปลวไฟที่เข้มและชัดเจนมากเท่าไร ไข่มุกเมโลก็จะมียิ่งมีค่าและมีราคาแพงมากขึ้นเท่านั้น  

Mesmerizing Orange Flame Pearl Displaying Spiraling Patterns of Aragonite 

Melo Pearls มีมูลค่าเท่าไหร่?

ด้วยความหายากของมุกชนิดนี้ จึงไม่มีมาตรฐานในการประเมินราคาไข่มุกเมโล การตั้งราคาจึงขึ้นอยู่กับบุคคลผู้ครอบครองไข่มุกเม็ดนั้นๆ และประเมินจากคุณภาพของไข่มุก โดยประเมินได้จากรูปร่าง สี ความวาว และน้ำหนัก 

ในอดีตไข่มุกเมโลได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชีย ทำให้ไข่มุกเมโลบางเม็ดมีมูลค่าสูงถึงหลายพันดอลลาร์ แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไข่มุกเมโลได้กลายเป็นไข่มุกที่เหล่าบรรดานักสะสมไข่มุกจากทั่วโลกถวิลหาและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในประเทศตะวันตกมากกว่า เมื่อนำไข่มุกเมโลมาประกอบทำเป็นเครื่องประดับ ก็จะสามารถเพิ่มราคาได้สูงยิ่งขึ้นไปอีก

ไข่มุกเมโลยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่นิยมสะสมอัญมณีอินทรีย์ที่หายากเหล่านี้ ทำให้ปัจจุบันมูลค่าของไข่มุกเมลโลต่อกะรัตสูงถึง 6,000 ถึง 17,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่มุก

Mikimoto Natural Pearl Necklace (Photo Credit: http://www.thejewelleryeditor.com/)


สำหรับงานประมูลจิว​เวอร์รี่อันโด่งดังและเก่าแก่ที่จัดโดย บริษัทคริสตีส์ (Christie's) เคยทำการประมูลไข่มุกเมโลเช่นกัน โดยไข่มุกเมโลคุณภาพดีเยี่ยมที่ยังไม่ได้ประกอบตัวเรือนจะมีมูลค่ากว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไข่มุกเมโลที่ได้รับการประกอบตัวเรือนแล้วจะมีมูลค่ามากกว่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยทั่วไปแล้วไข่มุกเมโลมักจะถูกซื้อโดยนักสะสม เนื่องจากเป็นไข่มุกที่มาจากธรรมชาติ มีความหายากระดับแรร์ไอเทมทำให้มีราคาสูงกว่าอัญมณีอื่นๆ หลายเท่าตัว สำหรับแบรนด์จิวเวลรี่ระดับโลกต่างนำ ไข่มุกเมโล มาเป็นเป็นจุดขายในการออกแบบเครื่องประดับ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงานได้เป็นอย่างดี
 
 
An Extremely Rare Melo Pearl Pendant, Mounted by ISSA ;
The round melo pearl weighing 195.82 carats to the diamond-set spiral mount and fine-link diamond neckchain, 45.1 cm. Price $251,200
(Photo Credit: http://www.christies.com/)

สร้อยคอสุดหรูจาก Tiffany & Co. ราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยสร้อยแพลทินัมประดับเพชรยาว 18 นิ้ว และจี้ไข่มุกเมโลสีส้มสดใสขนาด 23 มม. เพชรทรงกลมสีเหลืองและสีขาวน้ำหนักรวม 6.50 กะรัต สร้อยคอถูกยึดด้วยตัวล็อคกล่องประดับเพชร สลักชื่อ "Tiffany & Co." 
 
Tiffany & Co. Melo Melo Pearl & Diamond Necklace (Photo Credit: http://www.alaintruong.com/)

ในประเทศไทย ก็มีเครื่องประดับไข่มุกเมโลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสร้อยเพชร 46 กะรัต ประดับไข่มุกเมโล (Melo Pearl) น้ำหนัก 164 กะรัต มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท จากแบรนด์ Beauty Gems ที่สวมใส่โดย อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ในงาน ‘Central 70th Anniversary’ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลมและศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี  
 
สร้อยเพชร 46 กะรัต ประดับไข่มุกเมโล (Melo Pearl) จากแบรนด์ Beauty Gems 
(Photo Credit: https://lofficielthailand.com/)
 
 

หนังสือแนะนำสำหรับ MELO MELO PEARLS

 
Author: Elisabeth Strack
LC Call No. : QL 430.7 .S894 2006
Collection: Organic Gems
 
The standard reference book "Pearls" - currently the most comprehensive of all publications on the jewels of the ocean around the world. This book offers a fantastic insight into five millennia of fhe history of pearls. The 696 page work is currently the most exhaustive publication on the varied and breath-taking world of ocean jewels. Numerous graphics, tables, exquisite photographs and detailed maps document the history of pearls from their former standing as jewels for kings to their role as modern jewelry.
 
 
 
 
Author: Neil H. Landman
LC Call No. : QL 430.7.P77 P43 2001
Collection: Organic Gems
 
Pearls: A Natural History delves into virtually every aspect of the gemstones that have been prized since ancient times for their luster and purity. The fascination of this book--which accompanies an exhibition at the American Museum of Natural History in New York through April 14, 2002--is the way it effortlessly combines scientific, historical, cultural, and practical information. Key topics include different species of marine and freshwater mollusks, the history of perliculture and ecological issues affecting pearl production. The more than 200 photographs include reproductions of spectacular objects ranging from a 16th-century Russian icon of the Madonna and child encrusted in freshwater pearls to an early-20th-century brooch in which lozenge-shaped Mississippi River pearls create the opulent blossoms of a diamond-stemmed flower. Solid information, intriguing trivia, and inviting design give this book a broad appeal.
 
 

Author: Hubert Bari and David Lam
LC Call No. : NK 7680 .B37 2009
Collection: Organic Gems
 
A beautifully illustrated book that presents these gems in all their natural luster and social value. Although it appears that it is no longer amongst the mysteries of the world, the fact remains that there is still a lot unknown about the pearl. We barely understand how it is formed, and it has recently been discovered that all shells can produce them. As a consequence, a whole range of pearls may exist reflecting the immense variety of mollusks and shells in the world. In Pearls, the history of the pearl is recounted once more, now taking into account these new scientific discoveries. This book also explores the financial stakes associated with cultured pearls, managing to effortlessly combine scientific, historical, cultural, and practical information. Along with showcasing 350 color photographs, this book aims to provide simple and clear facts with documented explanations reflecting the latest research. Professionals and fans of jewellery will find this beautifully illustrated book an entertaining read and a valuable resource.
 

Author: Renée Newman
LC Call No. : TS 755.P3 N49 2010
Collection: Organic Gems

Initially published in 1992, the "Pearl Buying Guide" was the first book to give consumers details on judging pearl quality and value. The 207 new colour photos in this updated 5th edition show new types of pearls, clasps and jewellery styles. Updated information has been provided on natural pearls, treatments, cultivation and identification techniques, and a brief chapter on antique pearl jewellery has been added. Written for both consumers and professionals, the "Pearl Buying Guide" gives step-by-step visual pointers on how to select flattering pearls that will give you maximum enjoyment. "Library Journal" described a previous edition of the "Pearl Buying Guide" as: 'An interesting and easy-to-understand guide to buying, evaluating, selecting and caring for pearls and pearl jewellery. The opening chapters point out common mistakes made when buying pearls. Other chapters focus on evaluating pearl types and shapes, lustre, nacre thickness, colour, flaws, size, and make. Additional chapters cite differences in South Sea, black, and freshwater pearls as well as imitation, natural and cultured pearls. The closing chapters highlight the proper way to care for pearls as well as creative ways to wear them. The many photographs are valuable in illustrating the characteristics of and differences among pearls. Overall the guide is useful to all types of readers'. "The San Jose Mercury News" said 'If you're thinking of investing in pearls, invest $20 first in the Pearl Buying Guide by Renee Newman. Even if you already own pearls, this book has good tips on care and great ideas on different ways to wear pearls'.


 

และมีหนังสือเล่มอื่นๆ เกี่ยวกับ  “ไข่มุกและเครื่องประดับมุก” อีกมากมายซึ่งสามารถหาอ่านได้ที่ชั้นหนังสือ ORGANIC GEM COLLECTION และ JEWELRY DESIGN COLLECTION ภายในห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ หรือสืบค้นได้ที่ https://opac.git.or.th/Search_Basic.aspx หรือ https://elibrary.git.or.th

พิกัด: ห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ ชั้น1 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม


Reference:

1. What’s A Melo Melo Pearl and Why Is It So Valuable? 

SHARE ON :