ศิลปะ Kintsugi : ความบกพร่องที่สวยงามบนพื้นผิวของอัญมณี ศิลปะ Kintsugi : ความบกพร่องที่สวยงามบนพื้นผิวของอัญมณี
ศิลปะ Kintsugi : ความบกพร่องที่สวยงามบนพื้นผิวของอัญมณี

GIT LIbrary Admin

 23 Jul 2021   1196

ศิลปะ Kintsugi : ความบกพร่องที่สวยงามบนพื้นผิวของอัญมณี

เมื่อแนวคิดเรื่อง “ความไม่สมบูรณ์แบบ” และ “เทรนด์รักษ์โลก” เป็นกระแสที่กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ และยังได้ถูกนำมาใช้เป็นธีมการออกแบบเครื่องประดับในปี 2021 และปี 2022 อีกด้วย ทำให้ศิลปะแบบ Kintsugi ที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปะแห่งการแตกร้าวได้ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นเทคนิคในการสร้างเรื่องราวให้กับการทำเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงได้อย่างน่าสนใจ

Photo credit: Pomellato

ศิลปะ Kintsugi (คินสึงิ) ของญี่ปุ่นที่แฝงไปด้วยปรัชญาอันลึกซึ้งตามแบบฉบับนิกายเซ็นในวิถีแห่งความไม่สมบูรณ์แบบ เป็นศิลปะที่ทำให้เรามองเห็นถึงความสวยงามจากสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบและฟื้นฟูของเก่าให้กลับมาใช้งานได้ใหม่ ทำให้แบรนด์เครื่องประดับจากอิตาลีอย่าง “Pomellato” หนึ่งในบริษัทจากเครือ Kering ได้เปิดตัวเครื่องประดับสุดเก๋ในปี 2021 จากคอลเลคชั่น Kintsugi Collection ที่ใช้เทคนิคการซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาด้วยทองและยางไม้แบบ Kintsugi ของญี่ปุ่นมาใช้งาน โดยจุดเริ่มต้นของศิลปะแบบ Kintsugi นั้นได้ถูกพัฒนามาจากการซ่อมแซมภาชนะเซรามิกที่แตกให้กลับมาใช้ได้ดังเดิม 

Photo credit: Pomellato

เผยความงดงามของความไม่สมบูรณ์ที่สมบูรณ์แบบ

Vincenzo Castaldo (วินเชนโซ กัสตัลโด) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ Pomellato ผู้ที่หลงใหลในงานศิลปะ Kintsugi แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ได้เริ่มเอาแนวคิดนี้มาปรับใช้กับงานผลิตเครื่องประดับของแบรนด์ เช่น แหวน สร้อยคอพร้อมจี้ และต่างหู ที่ได้นำเศษอัญมณีที่แตกหัก อย่าง Jet (ถ่านหิน) และ Kogolong (โอปอลสีขาว) และมักจะถูกทิ้งให้ไร้ค่า นำกลับมาชุบชีวิตใหม่ด้วยการใช้เรซินมาผสานอัญมณีที่แตกเป็นเสี่ยงๆ เข้าด้วยกันแล้วนำผงทองมาทาเคลือบไว้ที่ผิวเพื่อความสวยงาม การทำเครื่องประดับด้วยเทคนิคนี้ต้องใช้เวลาและความปราณีตอย่างสูง เพราะมีกระบวนการต่างๆ มากมายหลายขั้นตอน ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและความแม่นยำเป็นอย่างมาก และเทคนิคนี้ยังนำมาประยุกต์ใช้ด้วยการนำทองเพ้นท์เป็นลวดลายต่างๆ ที่นอกเหนือจากแค่นำมาปิดด้วยเรซินเท่านั้น โดยกัสตัลโดได้กล่าวว่า “ศิลปะคินสึงินี้เปรียบเสมือนการที่เรารู้จักที่จะยอมรับรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นในจิตใจแล้วจงเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปอย่างสง่างาม"

Photo credit: Pomellato
 
Photo credit: Pomellato

ความไม่สมบูรณ์แบบที่คงความงดงามในแบบของตัวเอง

เทคนิคการทำเครื่องประดับอัญมณีแบบ Kintsugi นี้ยังได้ชุบชีวิตให้อัญมณีที่แตกหักเสียหายให้กลายเป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่ที่กลับมาดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทั้งยังมีความสวยงามแปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีแนวคิดหลักที่ว่า ไม่ใช่การทำเครื่องประดับเพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เกิดขึ้นในเครื่องประดับแต่ละชิ้น “อัญมณีแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและนี่คือแก่นแท้ของอัญมณีล้ำค่าที่สุดสำหรับฉัน” กัสตัลโดกล่าว ซึ่งความงามจากความไม่สมบูรณ์แบบนี่เองที่กลายเป็นเสน่ห์และได้ผสมผสานด้วยศิลปะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามของจิตวิญญาณแห่งเซ็น ทำให้เราตระหนักและเกิดความซาบซึ้งในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

Photo credit: Pomellato

จักรวาลแห่งสินค้าลักชัวรีกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป

วิธีการนำของใช้เก่าๆ หรือของที่พังมาทำใหม่ให้เป็นสิ่งของที่มีค่า ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเห็นได้ทั่วไปในเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง แต่แบรนด์ Pomellato ได้ทำสิ่งที่ท้าทายกว่านั้น ด้วยคอลเลคชั่นใหม่นี้ตัวเรือนทำจากทองคำบริสุทธิ์ ประดับด้วยอัญมณีที่ผ่านซ่อมแซมด้วยศิลปะแบบ Kintsugi ล้อมด้วยเพชรสีดำและน้ำตาล ซึ่งเป็นการปูทางสำหรับเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี และเลือกใช้วัสดุได้อย่างชาญฉลาด

Photo credit: Pomellato

ปัจจุบันเริ่มมีแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงอย่าง Prada (ปราด้า) ที่ออกมาประกาศว่าจะเลิกใช้ขนสัตว์สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ปราด้า และพัฒนาคอลเลคชั่นใหม่ด้วยการหันมาผลิตกระเป๋าจากวัสดุไนลอนที่ผลิตจากการรีไซเคิลจากขยะพลาสติกในมหาสมุทร แม้กระทั่งแบรนด์จิวเวลรี่ชื่อดังในตำนานอย่าง Cartier (คาร์เทียร์) ก็พยายามเนรมิตนาฬิกาคาร์เทียร์รุ่นคลาสสิกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในคอลเลคชั่น "Cartier Vintage" ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพื่อดึงดูดผู้ซื้อและเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นกลุ่ม “ผู้บริโภครักษ์โลก” ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สนใจถึงที่มาและวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลกระทบที่มีต่อโลกด้วย

Tonneau (2005) Collection Privée Cartier Paris

ความสำคัญของการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำแทนที่จะทิ้งให้สูญเปล่านั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ และเป็นเรื่องใกล้ตัว ทั้งยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบที่แบรนด์มีต่อสังคมถือเป็นแนวทางปฏิบัติในวิถีแห่งความยั่งยืน และถึงเวลาแล้วที่คอนเซปต์นี้จะต้องได้รับการยอมรับจากตลาดเครื่องประดับชั้นสูง


 หนังสือแนะนำสำหรับ JEWELRY TRENDBOOK

THE JEWELLERY TRENDBOOK 2021+
 
Author: Paola De Luca, creative director & founder
LC Call No. : NK 7310.5 .A54 2021 v.18
Collection: Jewelry Design
 

ถอดรหัสเทรนด์อัญมณีและเครื่องประดับโลกแห่งปี 2021 หนังสือเล่มเดียวที่จะพาคุณไปเจาะเทรนด์ผู้บริโภคเครื่องประดับในอีกสองปีข้างหน้า หนังสือที่ควรอ่านถ้ายังไม่อยากตกเทรนด์ อัพเดทความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับล่วงหน้า เพื่อใช้กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณ วิเคราะห์ปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์และสังคมที่เกิดขึ้นในโลก รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อแนวโน้มการพยากรณ์การค้าในอุตสาหกรรมเครื่องประดับเพื่อนำธุรกิจของคุณไปสู่อนาคตของตลาดโลกค้นพบแนวโน้มที่สำคัญของฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงในปี 2021 เร่งพัฒนาธุรกิจของคุณให้พร้อมรับการแข่งขันและอยู่เหนือคู่แข่งเสมอ  แล้วคุณจะก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับได้อย่างไร? THE JEWELLERY TRENDBOOK 2021+ มีคำตอบให้คุณ

 


THE JEWELLERY TRENDBOOK 2022+
 
Author: Paola De Luca, creative director & founder
LC Call No. : NK 7310.5 .A54 2022 v.19
Collection: Jewelry Design
 

เมื่อเหล่าผู้ทรงอิทธิพลระดับแนวหน้าในแวดวงอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโลก นักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์แฟชั่น นำทีมโดย Paola De Luca ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Trendvision Jewellery + Forecasting ได้มารวมตัวกันเพื่อทำหนังสือ "THE JEWELLERY TRENDBOOK 2022+" ขึ้นโดยได้ทำการศึกษาวิเคราะห์เจาะลึกถึงแนวโน้มของสีสัน วัสดุ และเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการออกแบบ รวมถึงองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในอนาคต ช่วยให้คุณวิเคราะห์พฤติกรรมและเข้าใจวัฒนธรรมของผู้บริโภคได้ดีขึ้น และนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงตามความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น...

"THE JEWELLERY TRENDBOOK 2022+" เล่มนี้เป็นเอ็ดดิชั่นที่ 19 เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 ที่ผ่านมาในงาน Vicenzaoro International Community Event (VOICE) ประเทศอิตาลี นับว่าเป็นการจัดงานแสดงสินค้าครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรค Covid-19 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคทำให้ทีมนักวิจัยและนักออกแบบของหนังสือเล่มนี้มีเวลาในการทำงานมากขึ้นสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ที่ซับซ้อนของการนำเสนอเทรนด์การออกแบบ การวางชิ้นงานเครื่องประดับ รวมถึงการฝึกฝนใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การเลือกอัญมณีและวัสดุอื่นๆ จึงเป็นที่มาของ Slowceleration Jewelry โดยเดอลูก้ากล่าวว่า “ไอเดีย 'slow design' จะเป็นเทรนด์การออกแบบที่นิยมอย่างมากในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน” อ่านต่อได้จากบทความเรื่อง ถอดรหัสเทรนด์ "อัญมณีและเครื่องประดับโลกแห่งปี 2022" ได้ที่: https://elibrary.git.or.th/news/detail/56

หากท่านใดสนใจอัพเดทเรื่องราวเทรนด์อัญมณีและเครื่องประดับโลกของปี 2021 และศึกษาเทรนด์โลกย้อนหลังจนถึงปี 2007 สามารถหาอ่านได้ที่ชั้นหนังสือของคลอเล็กชั่น Jewelry Design ภายในห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ โดยสามารถสืบคืนข้อมูลหนังสือ Jewelry Trenbook เพิ่มเติมได้ที่: https://elibrary.git.or.th/list-book/category/trend-book หรือสืบค้นหนังสือด้านอัญมณีและเครื่องประดับได้ที่ SEARCH ON OPAC ได้จาก https://elibrary.git.or.th/

 

พิกัด: ห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ ชั้น1 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม