หน้าหลัก

Lotus Arts de Vivre: มนต์เสน่ห์แห่งเครื่องประดับสะท้อนจิตวิญญาณแห่งเอเชีย

Admin J. เมษายน 23, 2025 80 19
    สร้อยมรกต Zambian Emerald & Diamond Necklace จากแบรนด์ Lotus Arts De Vivre มูลค่า 26.44 ล้านบาท ได้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย จากประเด็นร้อนเมื่อไม่นานมานี้ในกรณีของ “ดิว อริสรา” และ “เมย์ วาสนา” ในข่าวระบุว่าสร้อยเส้นนี้มีราคาสูงลิบลิ่วและเป็นเครื่องประดับชิ้นพิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ทำให้สร้อยเส้นนี้กลายเป็นที่พูดถึงในชั่วข้ามคืน และแน่นอนว่าทำให้ชื่อของ “Lotus Arts De Vivre” ได้รับความสนใจตามไปด้วย

    Lotus Arts De Vivre (โลตัส อาร์ต เดอ วีฟวร์) หรือ LAdV เป็นแบรนด์เครื่องประดับและของตกแต่งบ้านสุดหรู ก่อตั้งขึ้นในปี 1982 โดย Rolf von Bueren (รอล์ฟ ฟอน บูเรน) ชาวเยอรมัน ผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของโลกตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาชื่นชอบในวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างมากได้ตัดสินใจได้ย้ายมาอยู่เมืองไทยกับ Helen von Bueren (เฮเลน ฟอน บูเรน) ผู้เป็นภรรยา ซึ่งปัจจุบัน บุตรชายทั้ง 2 คน คือ Nick von Bueren (นิค วอน บูเรน) และ Sri von Bueren (ศรี วอน บูเรน) เข้ามารับช่วงต่อในการบริหารแบรนด์ LAdV แทน 

    แบรนด์ LAdV มีชื่อเสียงในระดับโลกจากการออกแบบเครื่องประดับที่ผสมผสานศิลปะตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น อัญมณี ไม้หายาก และเปลือกหอย ผสมผสานกับความปราณีตของฝีมือช่างไทย ซึ่งที่มาของชื่อแบรนด์นั้นมาจาก  “Lotus” สื่อถึงดอกบัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความงามในวัฒนธรรมเอเชีย ส่วน “Arts De Vivre” มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต แสดงถึงปรัชญาของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับการใช้ชีวิตผ่านงานศิลปะ



ปรัชญาและแนวคิดในการออกแบบ
    Lotus Arts de Vivre เปรียบเสมือนห้องแห่งงานศิลป์ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย โดยสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศทางศิลปะอย่างแท้จริง ตั้งแต่เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับแฟชั่น ไปจนถึงของขวัญสุดพิเศษ ซึ่งแต่ละชิ้นได้รับการออกแบบเพื่อปลุกเร้าประสาทสัมผัสและเปิดมุมมองใหม่ ๆ แห่งความหรูหราเหนือระดับ ตามที่ Nicki von Bueren ซีอีโอของ LAdV ได้กล่าวไว้ว่า “ความหรูหราที่แท้จริงคือสิ่งที่ยากจะเอื้อมถึง และยิ่งไกลเกินเอื้อมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ปรารถนา” แนวคิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของ LAdV ในการเนรมิตความฝันของผู้ที่หลงใหลในความหรูหราให้เป็นความจริง

    แก่นแท้ของ LAdV ถูกสะท้อนผ่านแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์และงานออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด และคัดสรรอัญมณีและวัสดุหายากจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เพชรโกลคอนดา (Golconda Diamonds), มรกตโคลอมเบีย (Columbian Emeralds), ไข่มุกบาสรา (Basra Pearls), ทับทิมพม่า และอัญมณีล้ำค่าอื่น ๆ รวมถึงวัสดุจากธรรมชาติที่หายาก เช่น เมล็ดพืช, เปลือกมะพร้าว, หนังปลากระเบน, ไข่นกกระจอกเทศ, ปีกแมลงปีกแข็ง และไม้มีค่าจากหลากหลายภูมิภาค ทุกองค์ประกอบถูกนำมารังสรรค์ให้มีชีวิตใหม่ภายใต้ดีไซน์ที่แฝงความหมายมงคล

    นอกจากนี้ LAdV ยังนำกระบวนการสร้างสรรค์เชิงศิลป์ที่สืบทอดมายาวนานจากทั่วโลกมาผสมผสานเข้ากับงานออกแบบของตน ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะการเจียระไนอัญมณีจากอินเดีย, การแกะสลักไม้จากอินโดนีเซีย, งานยาถม (Niello) จากไทย, เทคนิค Maki-e Lacquer (มากิ-เอะ แลคเกอร์) จากญี่ปุ่น และศิลปะ Cinnabar Lacquer (ซีนาบาร์ แลคเกอร์) จากจีน ทำให้ได้ผลงานสุดพิเศษที่เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมแห่งเอเชียเข้ากับงานฝีมือชั้นสูงจากโลกตะวันตก ทำให้ LAdV ก้าวขึ้นเป็นผู้บุกเบิกแห่งความหรูหราในแบบที่ไม่มีใครเหมือน
Bibi van der Velden Scarab ring in silver and gold, featuring a scarab wing, green tsavorites and brown diamonds (£1,996).
Bibi van der Velden Scarab Ring (Photo Credit: Lotus Arts de Vivre)


เอกลักษณ์ของ LAdV
    แบรนด์ LAdV เน้นการสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เป็น “One-of-a-Kind” หรือมีชิ้นเดียวในโลก โดยผสมผสานวัสดุธรรมชาติ เช่น อัญมณี (มรกต ทับทิม ไพลิน) ไม้มีค่า เปลือกหอย งาช้าง และโลหะมีค่า ทำให้งานออกแบบมีกลิ่นอายของศิลปะเอเชีย เช่น ลวดลายไทย จีน อินเดีย และบาหลี ผสมกับความทันสมัยแบบตะวันตก ทำให้เหมาะกับลูกค้าระดับสูงที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และหรูหรา และใช้ช่างฝีมือไทยที่มีความเชี่ยวชาญในงานแกะสลักและการฝังอัญมณี ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้แบรนด์แตกต่างจากเครื่องประดับทั่วไป

    แบรนด์ LAdV มีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ยุโรป ดาราฮอลลีวูด เซเลบริตี้ และนักสะสมทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดของผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะที่มีความหรูหราและไม่เน้นความเรียบง่าย เช่น ดูไบ อินเดีย และรัสเซีย อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ผลงานของ LAdV ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง “Crazy Rich Asians” ซึ่งออกฉายในปี 2018 โดยเฉพาะเครื่องประดับ เช่น ต่างหูมุกทรงบาโรกที่ถูกสวมใส่โดยตัวละคร Astrid Young Teo (แอสทริด ยัง เตียว) รับบทโดย Gemma Chan (เจมมา ชาน)

    ดังนั้น LAdV จึงไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องประดับแต่เปรียบเสมือนตัวแทนของศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่ถูกยกระดับสู่เวทีโลกที่กว่า 40 ปีที่ผ่านมาแบรนด์นี้ก็ยังคงรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

หนังสือและผลงานที่เกี่ยวข้อง
    สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lotus Arts de Vivre หนังสือ “Unexpected Creations, Lotus Art de Vivre” โดย Rolf von Bueren และ Victoria Gomelsky เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Rizzoli และเป็นหนังสือที่นำเสนอภาพถ่ายงานออกแบบอันน่าทึ่งของแบรนด์ LAdV เอาไว้อย่างน่าสนใจ ที่รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังแรงบันดาลใจและกระบวนการสร้างสรรค์ รีวิวจาก New York Journal of Books ระบุว่าเป็น “จดหมายรักต่อความงาม ครอบครัว และความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและเครื่องประดับเป็นอย่างมาก




หากใครที่สนใจเรื่องราวของอัญมณีและเครื่องประดับ สามารถสืบค้นหนังสือได้ที่ SEARCH ON OPAC ได้จาก https://elibrary.git.or.th/ หรือเข้ามาใช้บริการอ่านหนังสือได้ที่​ ห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ​ ตั้งอยู่ที่​ชั้น​ 1​ อาคารไอทีเอฟ​ ทาวเวอร์​ ถนนสีลม​ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์​ เวลา​ 08.30-16.30 น.​ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์​ ​และวันหยุดนักขัตฤกษ์​


URL อ้างอิง:
external-site