หน้าหลัก

Helen Mirren กับ 'สร้อยคอ 400 กะรัต' ที่สั่นสะเทือนเวทีคานส์

Admin J. พฤษภาคม 29, 2025 2,707 25

    บนพรมแดงของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival) ปี 2025 ในค่ำคืนวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีหนึ่งในลุคที่ตรึงสายตาผู้ชมทั่วโลกมากที่สุด นั่นคือการปรากฏตัวของ “Helen Mirren” นักแสดงระดับตำนานชาวอังกฤษวัย 79 ปี ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง “Colors of Time” ซึ่งมาในลุคสุดสง่างาม พร้อมเครื่องประดับที่สร้างเสียงฮือฮาไปทั่ววงการแฟชั่นและอัญมณี นั่นคือ “สร้อยคอ Marina Collier” ออกแบบโดย “Margot McKinney” นักออกแบบเครื่องประดับชื่อดังชาวออสเตรเลีย ที่ประดับประดาไปด้วยอัญมณีน้ำหนักรวมกว่า 400 กะรัต ไม่เพียงแค่ความงามของเครื่องประดับเท่านั้น แต่เป็นการมาบรรจบกันของนักแสดงระดับโลก นักออกแบบเครื่องประดับรุ่นที่สี่จากออสเตรเลีย และเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันงดงาม


ลอนดอนสู่ฮอลลีวูด : ก้าวแรกของนักแสดงระดับตำนาน

    

    Helen Mirren (เฮเลน เมียร์เรน) เกิดในปี 1945 ในลอนดอน มีชื่อเดิมว่า Ilynea Lydia Mironoff (อิลีเนีย ลิเดีย มิรอนอฟ) เมียร์เรนเติบโตในครอบครัวที่มีเชื้อสายรัสเซียไหลในสายเลือด บิดาของเธอ Vasily Petrovich Mironov (วาซิลี เปตรอฟวิช มิโรนอฟ) อดีตนักดนตรีชาวรัสเซียที่ได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น “Mirren” เพื่อให้เข้ากับสังคมอังกฤษมากขึ้น ตั้งแต่วัยเด็ก เธอมีความสนใจในการแสดงอย่างชัดเจน การเข้าร่วม National Youth Theatre และ Royal Shakespeare Company ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการแสดงของอังกฤษไปตลอดกาล


จากเลดี้ แม็คเบธ สู่ ควีนเอลิซาเบธ

    

    ความสามารถของเมียร์เรนในการถ่ายทอดตัวละครที่ซับซ้อนทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มากความสามารถที่สุด จากการแสดงเลดี้ แม็คเบธบนเวทีเชกสเปียร์ ไปจนถึงการรับบทนักสืบเจน เทนนิสันในซีรีส์ Prime Suspect ที่ทำให้เธอคว้ารางวัล Emmy มาถึง 4 ครั้ง  แต่จุดสูงสุดของอาชีพการแสดงของเธอคือการรับบท สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในภาพยนตร์ The Queen (2006) ที่ทำให้เธอคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม พร้อมกับการได้รับยศ Dame Commander of the Order of the British Empire ในปี 2003


สไตล์ไอคอนที่ท้าทายกาลเวลา

    

    เมียร์เรนถือเป็นหนึ่งใน สไตล์ไอคอนระดับโลก ด้วยภาพลักษณ์ที่สง่างาม กล้าทดลอง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกวัยกล้ายอมรับความเป็นตัวเองผ่านแฟชั่นและความงาม ที่น่าสนใจคือ เมียร์เรนไม่เคยหยุดทดลองกับสไตล์ส่วนตัว จากการย้อมผมสีชมพูในปี 2019 และสีฟ้าในปี 2023 ไปจนถึงการยอมรับผมสีเทาตามธรรมชาติ ในปี 2024 เมียร์เรนได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร People เกี่ยวกับการยอมรับความเป็นตัวตนของเธอ โดยระบุว่าเธอไม่ได้อยู่ในกลุ่ม “คนสวยของโลก” แต่ “เราทุกคนเป็นปัจเจก และเราทุกคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง สุดท้ายแล้ว มันคือการยอมรับสิ่งนั้นและปล่อยให้ตัวเองเป็นในสิ่งที่เราเป็น” ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทั่วโลก


เครื่องประดับ: อำนาจแห่งการแสดงออก

      

    เมียร์เรน มีแนวคิดเฉพาะตัวเกี่ยวกับการใช้เครื่องประดับที่สะท้อนความเป็นตัวเธอและวิธีการมองโลก เธอเชื่อว่า “เครื่องประดับไม่ใช่แค่สิ่งของที่ประดับตกแต่ง แต่เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องและสื่อสารตัวตน” ซึ่งตัวเธอมองว่าเครื่องประดับไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่ายทอดความชื่นชอบและตัวตนของผู้หญิงที่กล้าจะงดงามในแบบของตนเอง


    ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025 เธอเลือกสวมสร้อยคอจากแบรนด์ “Margot McKinney” ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องการใช้วัสดุหายาก สีสันสดใส และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติออสเตรเลีย ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสง่างามและความมั่นใจของเธอได้อย่างชัดเจน และในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ L’Oréal Paris เมียร์เรนยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยเครื่องประดับศีรษะที่มีลวดลายดอกไม้ (ใช้เทคนิค appliqué) รวมถึงต่างหูยาวประดับไข่มุก ที่เข้ากับชุดของเธอเป็นชุดราตรียาวสีดำจากแบรนด์ Badgley Mischka (แบดจ์ลีย์ มิชก้า)


Helen Mirren (Photo Credit: https://wwd.com)



มรดกครอบครัวสู่อาณาจักรเครื่องประดับ

    

    เรื่องราวของ Margot McKinney (มาก็อต แมคคินนีย์) เริ่มต้นในปี 1884 เมื่อครอบครัว “McKinney” เริ่มธุรกิจเล็ก ๆ ในเมืองทูวูมบา รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย จากร้านขายของทั่วไปที่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นอาณาจักรเครื่องประดับที่สืบทอดมานานถึง 141 ปี โดย มาก็อต แมคคินนีย์ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ได้สานต่อมรดกของครอบครัวด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ เธอมองเห็นความงามของธรรมชาติในออสเตรเลียที่ยังไม่เคยมีใครนำมาใช้ในเครื่องประดับระดับโลกมาก่อน 


    จุดเด่นของ มาก็อต แมคคินนีย์ คือ ความสามารถในการออกแบบและสร้างสรรค์เครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและพื้นผิวที่สวยงามในธรรมชาติ เช่น แนวปะการัง ป่าเขตร้อน ทะเลทรายออสเตรเลีย และมหาสมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอมีชื่อเสียงในการเลือกใช้ไข่มุก South Sea ของออสเตรเลียและโอปอลบลูเดอร์ (Boulder Opal) รวมถึงอัญมณีสีสันสดใสจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก เครื่องประดับแต่ละชิ้นของเธอเป็นงานศิลป์ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก บางชิ้นใช้เวลาหลายปีในการคัดสรรอัญมณีให้เหมาะสมก่อนจะออกแบบและผลิตจริง


Margot McKinney (Photo Credit: www.facebook.com/LoveMargotMcKinney)



ยืนหนึ่งบนเวทีโลก : ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

    

    เครื่องประดับของ มาก็อต แมคคินนีย์ เป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้มีชื่อเสียงจากทั่วโลก โดยในปี 2006 แมคคินนีย์ได้ขยายธุรกิจไปสู่สหรัฐอเมริกาผ่านห้างสรรพสินค้าหรูระดับไฮเอนด์ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Neiman Marcus และ Bergdorf Goodman ต่อมาเธอได้รับรางวัล Haute Joallerie Award ในปี 2009 และรางวัล Prix de Marie Claire สาขาการออกแบบเครื่องประดับ ในปี 2011 อันเป็นการการันตีถึงความสามารถของเธอในฐานะผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์ ที่ทั้งงดงาม ละเอียดอ่อน และหรูหราตามมาตรฐานโลกได้เป็นอย่างดี 


    จนกระทั่งในปี 2025 เมื่อเธอเปิดบูติกแรกในสหรัฐอเมริกาที่โรงแรม The Peninsula Beverly Hills และเปิดตัวผลงานระดับมาสเตอร์พีชอย่าง สร้อยคอ Marina Collier เป็นครั้งแรกในงาน TEFAF Maastricht ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะและเครื่องประดับระดับโลก ยังช่วยยกระดับชื่อเสียงและความน่าสนใจในตลาดเครื่องประดับหรู ทำให้สร้อยคอ Marina Collier เป็นที่จับตามองในวงการอย่างมาก การผสมผสานระหว่างความประณีตในงานฝีมือ ความหายากของวัสดุ และแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทำให้คอลเลกชันนี้โดดเด่นและได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างรวดเร็ว และถูกสวมใส่โดยคนดังบนพรมแดงในงานสำคัญ ๆ เช่น เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2025 


Marina Collier : แรงบันดาลใจแห่งท้องทะเล

    

    สร้อยคอ Marina Collier (มารีนา คอลลีเยร์) ผลงานการออกแบบของ มาก็อต แมคคินนีย์ ซึ่งออกแบบและผลิตขึ้นเพื่อเปิดตัวในงาน TEFAF Maastricht ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดา แต่เป็นผลงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวของ Great Barrier Reef (เกรตแบร์ริเออร์รีฟ) แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในทะเลคอรัล (Coral Sea) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก 


    สร้อยคอ Marina Collier เป็นการดีไซน์ที่ได้รวบรวมอัญมณีหลากชนิดที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน การเลือกใช้เบริลสีเขียวทรงหมอนอิง (Cushion Cut) ขนาด 241.14 กะรัต เป็นอัญมณีหลักสะท้อนถึงสีเขียวมรกตของน้ำทะเลเขตร้อน เบริลสีเขียวทรงวงรี ขนาด 109.48 กะรัต และอะความารีน ขนาด 65.72 กะรัต ทำหน้าที่เป็นคลื่นน้ำที่ระเริงรอบแนวปะการัง ขณะที่ไข่มุกทรงบาโรกจากทะเลใต้ขนาดใหญ่ 25 เม็ด เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ สะท้อนแสงแดดด้วยประกายเงาที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง ที่ยึดโยงกันด้วยโครงสร้างทองคำด้วยช่างฝีมือระดับมาสเตอร์ 


    สิ่งที่ทำให้สร้อยคอ Marina Collier พิเศษไม่ได้อยู่ที่อัญมณีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนและปราณีต อัญมณีหลักถูกส่งไปเจียระไนโดยช่างรุ่นที่ห้าในเมือง Idar-Oberstein (อีดาร์-โอแบร์ชไตน์) ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเจียระไนอัญมณีที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 นอกจากนี้การใช้ทองคำ 18K เป็นตัวเรือนไม่ได้เป็นเพียงการเลือกวัสดุคุณภาพสูง แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความหนักของอัญมณีกับความสวยงามของการออกแบบ ทำให้สร้อยคอที่มีน้ำหนักกว่า 400 กะรัตนี้สามารถสวมใส่ได้อย่างสวยงามและสบาย สร้อยคอเส้นนี้ไม่เพียงแต่สวยสะดุดตาเท่านั้น แต่ยังถือเป็นงานศิลปะชิ้นเอกที่ใช้เวลาหลายปีในการออกแบบและสร้างสรรค์ ภายใต้แบรนด์หรูจากออสเตรเลียอย่าง Margot McKinney  ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการใช้ “อัญมณีธรรมชาติหายาก” และ “การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร”  โดยการเปิดตัวสร้อยคอ Marina Collier ที่งาน TEFAF Maastricht ถือเป็นหนึ่งในงานแสดงศิลปะและเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ยังเป็นการสะท้อนถึงความมั่นใจในคุณภาพและคุณค่าทางศิลปะของผลงานชิ้นนี้ได้เป็นอย่างดี


Marina Collier by Margot Mckinney (Photo Credit: https://www.tefaf.com)



ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ : การพบกันของสองตำนานระดับโลก

    

    เมื่อ "Helen Mirren" เลือกสวมใส่ “สร้อยคอ Marina Collier” เดินเฉิดฉายบนพรมแดงในงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ "Colors of Time" ณ เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ค่ำคืนนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งช่วงเวลาของแฟชั่นบนพรมแดง หากแต่เป็นจังหวะสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงสองศาสตร์แห่งศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน นั่นก็คือ "นักแสดงระดับโลกกับงานจิวเวลรี่ชั้นสูงที่ออกแบบโดยนักดีไซน์เนอร์ระดับตำนาน"


    การปรากฏตัวในครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้ชื่อของ "Margot McKinney" นักออกแบบเครื่องประดับชาวออสเตรเลียเป็นที่รู้จักในระดับสากล หากยังจุดประกายบทใหม่ให้กับอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ออสเตรเลีย และทำให้สร้อยคอ Marina Collier ได้รับความสนใจจากสื่อระดับโลก อาทิ People และ AOL ที่ต่างกล่าวถึงความวิจิตรตระการตาของผลงานชิ้นนี้อย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดการพูดถึงและชื่นชมในผลงานของแมคคินนีย์อย่างล้นหลาม และด้วยเหตุนี้ ค่ำคืนของวันที่ 22 พฤษภาคม 2025 ที่เมืองคานส์ จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่โลกแห่งศิลปะ ความงาม และความสร้างสรรค์ ได้จารึกประวัติศาสตร์ร่วมกันไว้อีกครั้ง

Helen Mirren Wears Marina Collier on the Cannes Red Carpet (Photo Credit: www.facebook.com/LoveMargotMcKinney)


    ทำความรู้จักกับเครื่องประดับและตัวตนของนักออกแบบชื่อดังชาวออสเตรเลีย “Margot McKinney” ได้จาก “Margot McKinney World of Wonder Book” หนังสือที่ได้รวบรวมสุดยอดผลงานและบันทึกเรื่องราวการเดินทางของเธอจากช่างทำเครื่องประดับรุ่นที่สี่สู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก ได้ที่ ห้องสมุดอัญมณีและเครื่องประดับ (เร็ว ๆ นี้)

*บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ People, AOL, McKinneys Jewellers และ Museum of Brisbane

URL อ้างอิง:
external-site